ครั้งแรกๆ..ของรถไฟ ในผืนแผ่นดินไทย..

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

วันที่ 30 มีนาคม 2398   มิสเตอร์ แฮรี่ สมิท ปากส์ ราชทูตพิเศษของสมเด็จพระราชินีอังกฤษ ถวายเครื่องบรรณาการ อาทิเช่น รถไฟจำลองย่อส่วนจากของจริง …เป็นครั้งแรกที่..คนไทยได้เห็นรถไฟจำลอง

รถไฟจำลองย่อส่วนจากของจริง

พ.ศ.2400 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้า ให้ พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม บุนนาค) เป็นราชทูต พร้อมคณะทั้งสิ้น 27 คน เดินทางไปจำเริญทางพระราชไมตรีกับกรุงอังกฤษ ระหว่างที่คณะทูตของไทยอยู่อังกฤษนั้น ได้มีโอกาศเดินทางโดยรถไฟจากเมืองแมนเชสเตอร์ ไปเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งห่างกัน 40 ไมล์ ตามเส้นทางที่ ยอร์ช สเตเฟนสัน เป็นผู้ให้กำเนิดรถไฟโลกเมื่อปี พ.ศ. 2374 และได้เดินทางไปตามเส้นทางต่างๆระยะทางทั้งสิ้น 529 ไมล์ กิจการรถไฟในอังกฤษมีประโยชน์มาก ทำให้อังกฤษเจริญรุดหน้าไปย่างรวดเร็ว 

ยอร์ช สเตเฟนสัน ผู้ให้กำเนิดรถไฟครั้งแรก

พ.ศ.2401 มิสเตอร์ เฮนรี่ แห่งอังกฤษ ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลมายังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ขุดคลองที่คอคอดกระของไทย เพื่อย่นระยะทางเรือเดินสมุทร บัดรี้ ได้พิจารณาว่าขุดคลองจะต้องลงทุนสูงมาก สมควรให้สร้างทางรถไฟข้ามแทน ซึ่งขณะนี้ได้มีผู้ก่อตั้ง ”บริบัทรถไฟสยาม” แต่ต้องหยุดดำเนินลงเพราะตกลงในเงื่อนไขกันไม่ได้และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ขาดหายไปบางส่วน จึงระงับอยู่เพียงนั้น

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว…ยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะ ทรงใช้เวลาว่างเสด็จประภาสต่างประเทศโดยมีประราชประสงค์เชื่อมสัมพันธไมตรี

พ.ศ. 2413 พระองค์ได้เสด็จประพาสสิงค์โปร์และชวาเป็นครั้งแรก ทรงทอดพระเนตรการก่อสร้างทางรถไฟในชวา

พ.ศ.2414 ได้เสด็จประพาสประเทศอินเดีย ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยทางรถไฟจากเมืองกัลกัตตาไปเดลฮีและจากเดลฮีไปอัครา ลักเนา คอนปุระ จนถึงบอมเบย์  หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับประพาสอินเดียและทรงว่าราชการด้วยพระองค์เองแล้ว ก็มีข่าวลือว่ารัฐบาลไทยกำลังดำริที่จะสร้างรถไฟขึ้นในประเทศ จากกรุงเทพไปเมืองนครราชสีมา มีชาวยุโรปมาติดต่อเสนอขอรับเหมาก่อสร้างทางรถไฟให้แก่รัฐบาลไทยหลายชาติ แต่เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศขณะนั้นยังไม่อยู่ในฐานะที่อำนวยให้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงยังไม่โปรดให้รับข้อเสนอ..

พ.ศ.2428 หลังจากอังกฤษตั้งสถานกงสุลที่เชียงใหม่ขึ้นแล้ว ก็หวังจะขยายอิทธิพลให้มากที่สุด รํฐบาลอังกฤษได้ส่งวิศวกร ชื่อ โกลคุน (Colquhoun) และ ฮอลต์ ฮัลเลต (Holt Hallet) รวม 2 นาย ขอสร้างทางรถไฟระหว่างพม่าติดต่อกับจีน ผ่านทางภาคเหนือของประเทศไทยทางจังหวัดตาก (ระแหง)  แต่รัฐบาลไทยได้พิจารณากันแล้วเห็นว่า ถ้ายอมให้อังกฤษสร้างทางรถไฟสายนี้ขึ้นแล้วก็จะแบ่งประเทศไทยออกเป็น 2 ส่วน จึงปฎิเสธที่จะให้สัมปทานทางรถไฟนี้แก่อังกฤษ แต่ก็ยอมรับว่าประเทศไทยจะสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพ ไปยังจังหวัดเชียงใหม่และเชียงแสนเอง ถ้ารัฐบาลอังกฤษรับว่าจะสร้างทางรถไฟจากมะละแหม่งที่ชายแดนไทย รัฐบาลไทยก็ยินดีจะให้มีทางแยกไปเชื่อมต่อกันที่จังหวัดตาก (ระแหง)

พ.ศ.2429 รัฐบาลไทยได้อนุมัติสัมปทานแก่บริษัทชาวเดนมาร์คสร้างทางรถไฟ สายแรก ขึ้นในประเทศไทย ระหว่าง กรุงเทพ-สมุทรปราการ ระยะทาง 21 กิโลเมตร เพราะเล็งเห็นว่าทางรถไฟสายนี้จะอำนวยคุณประโยชน์ทางเศรษฐกิจและด้านยุทธศาสตร์ แม้ว่าบริษัทชาวเดนมาร์คจะได้รับอนุมัติสัมปทาน แต่บริษัทก็ยังไม่สามารถดำเนินก่อสร้างได้เนื่องจากขาดทุนทรัพย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดเกล้า ให้ยืมทุนทรัพย์ไปสมทบด้วยส่วนหนึ่ง นับเป็นพระปรีชาสามารถลึกซึ้งที่รัฐสนับสนุนให้ยอมเป็นครั้งแรกในโครงการอุตสาหกรรมขนส่งที่เอกชนลงทุน

16 กรกฏาคม พ.ศ. 2434 ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนิแซะดินเป็นปฐมฤกษ์สร้างทางรถไฟสายกรุงเทพ-สมุทรปราการ

11  เมษายน พ.ศ. 2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงทำพิธีเปิดการเดินรถไฟสายแรกของสยาม คือ รถไฟสายปากน้ำ จากกรุงเทพฯ – สมุทรปราการ ระยะทาง 21 กิโลเมตร โดยรัฐบาลได้อนุมัติสัมปทานก่อสร้างและดำเนินกิจการโดย บริษัทรถไฟปากน้ำ ของชาวเดนมาร์ก มีสัญญาสัมปทาน 50 ปี เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2434 แล้วเสร็จในปี 2436 ค่ารถไฟในสมัยนั้น ไปกลับ 1 บาท มี 10 สถานี สถานีละ 1 เฟื้อง สถานีต้นทางคือสถานีหัวลำโพง รถจะหยุดรับส่งคนโดยสารที่ ศาลาแดง บ้านกล้วย พระโขนง บางนา สำโรง ศีรษะจระเข้ (หัวตะเข้) บ้านนางเกรง มหาวง แล้วก็ถึงปากน้ำสมุทรปราการ สิ้นอายุสัมปทานเมื่อเวาลาเที่ยงคืน วันที่ 12 กันยายน 2479 รัฐบาลได้รับซื้อทรัพย์สินไว้มอบให้กรมรถไฟจัดการเดินรถ ต่อมา รัฐบาลสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สั่งเลิกกิจการรถไฟสายนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2503 จึงสร้างอนุสรณ์แห่งทาง รถไฟสายแรกของไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย ตกลงจัดทำหมุดหลักฐานเป็นแท่งคอนกรีต ติดแผ่นโลหะจารึกข้อความติดตั้งไว้ในบริเวณถนนพระรามที่ 4 หน้าสถานีกรุงเทพอันเป็นจุดปลายทางตันของสถานีหัวลำโพง-ปากน้ำ

ภาพเปิดเดินรถไฟ กรุงเทพ-ปากน้ำ

เปิดเดินรถไฟสายแรกในไทย กรุงเทพ-สมุทรปราการ

ภาพมุมล่างด้านซ้ายที่เป็นคลองมีเรืออยู่ เป็นเส้นทางรถไฟสายแรกแต่เป็นรูปแบบบริษัทเดนมารค์ได้สัมปทานการสร้างทางรถไฟ

พ.ศ.2430 ทรงโปรดเกล้า ให้ เซอร์ แอนดรู คลาก (Sir Andrew Clark) และบริษัทปันชาร์ด แมกทักการ์ท โลเธอร์ (Messre. Punchard,MacTaggart,Lowther&Co) ทำการสำรวจเพื่อสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพถึงเชียงใหม่และมีทางแยกตั้งแต่เมืองสระบุรีถึงเมืองนครราชสีมามาสายหนึ่งจากอุตรดิตถ์ถึงตำบลท่าเดื่อริมฝั่งแม่น้ำโขงสายหนึ่ง โดยให้สำรวจให้เสร็จเป็นตอนๆ ในราคาจ้าง โดยเฉลี่ยไม่เกินไมล์ละ 100 ปอนด์ คือ 

ตอนที่ 1 จากกรุงเทพ ถึงอยุธยา ให้เสร็จภายใน 18 เดือน นับตั้งแต่สัญญา

ตอนที่ 2 จากอยุธยา ถึงลพบุรี ให้เสร็จภายใน 24 เดือน นับตั้งแต่สัญญา

ตอนที่ 3 จากลพบุรี ถึงนครสวรรค์ ให้เสร็จภายใน 28 เดือน นับตั้งแต่สัญญา

ตอนที่ 4 จากนครสวรรค์ ถึงอุตรดิตถ์ แพร่ ให้เสร็จภายใน28 เดือน นับตั้งแต่สัญญา

ตอนที่ 5 จากแพร่ ถึงลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ ให้เสร็จภาใน 36 เดือน นับตั้งแต่สัญญา

ตอนที่ 6 จากสระบุรี ถึงนครราชสีมา ให้เสร็จภายใน 24 เดือน นับตั้งแต่สัญญา

ตอนที่ 7 จากอุตรดิตถ์ ถึงท่าเดื่อ ให้เสร็จภายใน 36 เดือน นับตั้งแต่สัญญา

ตอนที่ 8 จากเชียงใหม่ ถึงเชียงราย เชียงหลวง ให้เสร็จภายใน 48 เดือน นับตั้งแตสัญญา

พ.ศ. 2433 ค่าใช้จ่ายในการสำรวจทั้ง 8 ตอน ระยะทางประมาณ 1,090 กิโลเมตร ราคาค่าสำรวจประมาณกิโลเมตรละ 35 ปอนด์ รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 38,214 ปอนด์ (ราคาค่าแลกเปลี่ยนประมาณ 16.50 บาท) คิดเป็นเงินไทย 630,000 บาท

ตุลาคม พ.ศ.2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ตั้งกรมรถไฟขึ้นสังกัดกระทรวงโยธาธิการ โดยมีพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัตติวงษ์ทรงเป็นเสนาบดี และนายเค เบ็ทเก (K.Bethge) เป็นเจ้ากรมรถไฟ

15 ตุลาคม 2433 เวลา 12.00 น. กรมรถไฟได้ทำการเปิดซองประมูล มีผู้เสนอ 2 ราย คือมิสเตอร์เลนซ์แห่งเยอรมัน และมิสเตอร์ ยี มูเร แคมป์ แห่งอังกฤษ ในการพิจารณา มิสเตอร์แคมป์แบลล์ เสนอราคาก่อสร้างเป็นเงิน 9,956,164 บาท ต่ำกว่ามิสเตอร์เลนซ์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานพระบรมราชานุมัติให้กระทรวงโยธาธิการว่าจ้าง มิสเตอร์ ยี มูเร แคมป์แบลล์ (Mr.G.Murray) สร้างเส้นทางจากกรุงเทพ ถึง นครราชสีมา เป็นสายแรก เป็นขนาดทางกว้าง 1.435 เมตร

9 มีนาคม 2434  ประกอบพระราชพิธีกระทำพระฤกษ์ เริ่มส้รางทางรถไฟ ณ บริเวณย่านสถานีรถไฟกรุงเทพในปัจจุบัน

พ.ศ. 2438 มิสเตอร์ แคมป์แบลล์ ผู้รับเหมาก่อสร้างทางสายนี้ ได้ดำเนินการเป็นลำดับมาด้วยความเรียบร้อย การก่อสร้างได้ดำเนินการจนไปถึงตอนภูเขา (ดงพญาไฟ) ซึ่งเป้นป่าทึบทรุกันดาร คนงานและวิศวกรชาวต่างประเทศเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นอันมาก 

14 พฤศจิกายน 2438  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปทอดพระเนตรการก่อสร้าง ทรงมีพระราชดำริว่าการก่อสร้างสายนี้มีอุปสรรคหลายประการทำให้งานไม่รุดหน้าเท่าที่ควร จึงโปรดเให้เลิกจ้างมิสเตอรื แคมป์แบลล์ ผู้รับเหมาเสีย โดยจ่ายค่าเสียหายให้พอสมควร และให้กรมรถไฟเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จไปถึงนครราชสีมา และได้เปิดการเดินรถเป็นตอนๆ 

26 มีนาคม 2439 เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพระราชพิธีเปิดการรถไฟหลวงสายแรกในราชอาณาจักร

เสด็จพระราชดำเนินมาประกอบพระราชพิธีเปิดการรถไฟหลวงสายแรกในราชอาณาจักร

หัวรถจักรไอน้ำคันที่ใช้ลากจูงขบวนวัที่ รัชกาลที่ 5 ทรงทำพิธีเปิดเที่ยวปฐมฤกษ์

28 มีนาคม 2439 จึงได้ทำการเดินรถให้บรรดาพ่อค้า ประชาชน ใช้โดยสารและลำเลียงสินค้าไปมาได้ตามปรารถนาสืบมา

1 พฤศจิกายน 2440 เปิดเดินรถจากอยุธยาถึงสถานีแก่งคอย ระยะทาง 53 กิโลเมตร

3 มีนาคม 2440 เปิดการเดินรถถึงสถานีมวกเหล็ก

21 ธันวาคม 2441 แต่เมื่อการก่อสร้างมาถึง บริเวณสถานีรถไฟกลางดง  ช่วงหลัก กม.ที่ 160.03 การสร้างรางรถไฟบริเวณนี้ เป็นป่าดงดิบ มีไข้ป่า ประกอบกับความเชื่อต่าง ๆ เมื่อผ่านดงพญาไฟ คนงานวิศกรต้องสังเวยชีวิตไปมากมาย  เมื่อไปตัดต้นไม้ต้นใหญ่ๆ จึงต้องทำพิธี อัญเชิญตราแผ่นดิน ไปประทับตามต้นไม้ที่จะโค่น  และจากปัญหาตรงนี้เอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้เสด็จไปทอดพระเนตร  และลงเดินเท้า ที่ปลายรางรถไฟที่สร้างไปถึงที่นั่น  ซึ่งก็ได้แก่ บริเวณ “มอหลักหิน” นี่เอง

มอหลักหิน

25 พฤษภาคม 2442 เปิดการเดินรถสถานีปากช่อง

21 ธันวาคม 2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินีนาถเสด็จเปิดการเดินรถจากพระนครถึงนครราชสีมา และได้เสด็จโดยขบวนรถไฟพระที่นั่งประพาสจังหวัดนครราชสีมาด้วย

การก่อสร้างทางรถไฟสายแรกจากกรุงเทพ ถึง นครราชสีมา ซึ่งได้กระทำในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระยะทาง 264  กิโลเมตร สิ้นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 17,585,000 บาท หรือประมาณ กม.ละ 66,360 บาท

การสร้างทางรถไฟสายเหนือ 

การก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือ ได้เริ่มต้นโดยแท้จริงจากสถานี ชุมทางบ้านภาชีขึ้นไปถึงสถานีเชียงใหม่ โดยแยกจากทางรถไฟสาย กรุงเทพ-นครราชสีมา ทางสายนี้เป็นทางขนาดกว้าง 1.435 เมตร เช่นเดียวกัน 

1 เมษายน 2444 เปิดเดินรถ สถานีภาชี ถึง ลพบุรี ระยะทาง 43 กิโลเมตร

31 ตุลาคม 2448 ตอนลพบุรีถึงสถานีปากน้ำโพ ระยะทาง 117 กิโลเมตร ได้เสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จทำพิธีเปิดการเดินรถสายเหนือที่สถานีชุมทางบ้านภาชี  และวันรุ่งขึ้นกรมรถไฟก็ได้เปิดรับส่งผู้โดยสารและสินค้าจากลพบุรีถึงสถานีปากน้ำโพเป้นประจำแต่นั้นมา 

24 มกราคม 2450      เปิดการเดินรถจากสถานีปากน้ำโพถึงสถานีพิษณุโลก ระยะทาง 139 กิโลเมตร

11 พฤศจิกายน 2451 เปิดการเดินรถจากสถานีพิษณุโลกถึงสถานีบ้านดารา ระยะทาง 69 กิโลเมตร

15 สิงหาคม 2452   เปิดการเดินรถจากสถานีชุมทางบ้านดาราถึงสถานีปางต้นผึ้ง ระยะทาง 51 กิโลเมตร

กว่าจะมีชื่อเรียกว่า “การรถไฟแห่งประเทศไทย” เดิมนั้น (ก่อน พ.ศ. 2436) เรียกว่า   

1.รถไฟแผ่นดิน ร.ฟ.ผ.(R.S.R Royal State Railway Siam) พ.ศ.2436 ทางรถไฟกรุงเทพ-ปากน้ำ เป็นของบริษัทรับเหมาของเอกชน ไม่ใช่ของหลวง ต่อมาเรียกว่า ร.ฟ.ล

2. ร.ฟ.ล. ทรงรพกรุณาโปรดเกล้า ให้กรมรถไฟหลวงสายเหนือ และรถไฟสายใต้ที่แยกสายการบังคับบัญชาตั้งแต่ปี พ.ศ.2456  เข้าเป็นกรมเดียวกันตามเดิม เรียกชื่อว่า กรมรถไฟหลวง และโปรดเกล้า ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นผู้บัญชาการ

 3. ร.ฟ.ท. เข้าใจว่าคงจะเป็นสมัยสงครามยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ไทย เป็นชื่อแทนคำว่า สยาม ก่อนปี พ.ศ. 2494

4. ใน พ.ศ. 2494 รัฐบาลสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาเห็นสมควรจัดตั้งกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 ต่อรัฐสภา และได้มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับลงวันที่ 30 มิถุนายน 2494 พระราชบัญญัตินี้ได้อนุมัติให้จัดตั้งองค์การรถไฟอิสระขึ้น เรียกว่า “การรถไฟแห่งประเทศไทย” โดยให้โอนกิจการของกรมรถไฟไปให้องค์กรนี้ และคณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยขึ้นควบคุมดูแลกิจการขององค์การ ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 คน คณะกรรมการอีก 6 คน ผู้ว่าการรถไฟ เป้นกรรมการโดยตำแหน่ง และรัฐได้มอบเงินจำนวน 30 ล้านบาท ให้เป็นเงินสมทบทุนประเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งมีพลเอกจรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ เป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งแตวันที่ 1 กรกฎาคม 2494 เป็นต้นมา

ที่มา หนังสือ บุกป่าฝ่าดง รถไฟแผ่นดิน ล้านนาไทย

ที่มา http://www.khaoyaizone.com/article_index.php?sub=article_show&art=113

ที่มา http://hatyaiok.com/webboard/forum.php?mod=viewthread&tid=3565

เกี่ยวกับ alsthom

เขียวไป แดงไม่หยุด สะดุดกัก หยุดนานด่า วิ่งไม่ออก แจ้งรถตาย
ข้อความนี้ถูกเขียนใน เกี่ยวกับ รถไฟไทย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s