โปรแกรม antivirus

Bitdefender Total Security

คุณสมบัติของ Bitdefender Antivirus

สำหรับคนที่กำลังมองหาชุดโปรแกรมรักษาความปลอดภัยที่ใช้งานง่าย มีประสิทธิภาพสูง และการป้องกันที่ครบทุกด้าน ลองพิจารณา Bitdefender   Total Security 2012 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณชุดโปรแกรม Antivirus ประจำปี 2012 จาก Bitdefender นั้นจะมีให้เลือกใช้งาน 3 รุ่น ได้แก่ Bitdefender Antivirus Plus 2012, Bitdefender Internet Security 2012 และ Bitdefender Total Security 2012 ซึ่งเป็นตัวที่มีฟีเจอร์เยอะที่สุดและได้นำมารีวิวการใช้งานในครั้งนี้ Bitdefender 2012 ได้รับรางวัล Best Security Product ประจำปี 2011 จาก AV-TEST ซึ่งผลการทดสอบนั้นมีคะแนนสูงสุดในหลายๆด้าน นอกจากนี้ยังได้รางวัลการันตีคุณภาพจากอีกหลายสถาบัน ผู้อ่านสามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติของแต่ละรุ่นได้จากตารางด้านล่างนี้

Features Antivirus Plus Internet Security Total Security
Antivirus & Antispyware / / /
Vulnerability Scanner / / /
Antispam - / /
Two-way Firewall - / /
Parental Control - / /
Social Network Protection / / /
Search Advisor / / /
Personal Data Filter / / /
Antiphishing / / /
File Shredder - - /
File Encryption - - /
Scan Dispatcher / / /
Tune-up - - /
Online Backup & File Synchronization - - /

ฟีเจอร์ที่เด่นๆ ก็จะมี Auto Pilot ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์และตัดสินใจแทนผู้ใช้งานโดยอัตโนมัติ เมื่อโปรแกรมตรวจพบสิ่งผิดปกติหรือมีทางเลือกเกี่ยวกับความปลอดภัยก็จะไม่มีหน้าต่างหรือป็อปอัพเด้งเตือนขึ้นมาให้รำคาญเหมือนบางโปรแกรม

นอกจากนี้ก็ยังมีความสามารถในการกำจัดไวรัส สปายแวร์ และสแปม การกรองมัลแวร์ที่แฝงมากับลิงค์บน Social Network การป้องกันข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล ฟังก์ชัน Parental Control และ Tune Up เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่อง บริการ SafeBox ที่คอยแบ็กอัพข้อมูลของผู้ใช้ เป็นต้น

Bitdefender 2012 สามารถใช้งานกับระบบปฏิบัติการ Windows XP Service Pack 3 (32-bit), Windows Vista (SP3) และ Windows 7 (SP1) โดยแนะนำให้ใช้กับซีพียู Intel Core Duo หรือเทียบเท่า หน่วยความจำแรม 1 GB สำหรับ XP และ 1.5 GB สำหรับ Vista และ Windows 7 ด้านซอฟต์แวร์ในเครื่องต้องติดตั้ง .Net framework 3 ขึ้นไป

ขั้นตอนการติดตั้งโปรมแกรม Bitdefender Antivirus

หลังจากใส่แผ่นซีดีโปรแกรมติดตั้งจะเริ่มทำงานให้ผู้ใช้ลงทะเบียน พร้อมตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นมีการติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสอยู่หรือไม่ หากพบจะแจ้งให้ทำการ Uninstall โปรแกรมเดิมออกก่อนจึงจะสามารถติดตั้งได้ รวมถึงการตรวจสอบคุณสมบัติของเครื่องว่าสามารถใช้งาน Bitdefender 2012 ได้หรือไม่ จากนั้นผู้ใช้จะต้องกรอกหมายเลข License Key โดยสามารถเลือกติดตั้งจากไฟล์ในแผ่นซีดี หรือดาวน์โหลดตัวติดตั้งเวอร์ชันล่าสุดผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งจะใช้เวลานานกว่า

       

ในระหว่างติดตั้งโปรแกรมจะทำการสแกนเครื่องพร้อมแสดงผลว่ามีไวรัสใดๆหรือไม่ เมื่อติดตั้งเสร็จจะพบไอคอนของโปรแกรมรันอยู่บนทาสก์บาร์ ซึ่งเมื่อเปิดขึ้นมาโปรแกรมจะให้เลือกชนิดของเครือข่ายว่าเป็น Trusted หรือ Public (ถ้าเชื่อมต่ออยู่) โดยผู้ใช้สามารถเลือกอัพเดตฐานข้อมูลของโปรแกรมได้ทันที จากนั้นจะมีข้อความเตือนให้รีบูตเครื่อง

จากนั้นผู้ใช้ต้องเข้าไป Activate บัญชีตามอีเมล์ที่ได้ลงทะเบียนไว้ขณะติดตั้ง ซึ่งจะได้รับรหัสผ่านสำหรับใช้งาน My Bitdefender ที่ https://my.bitdefender.com/ มาพร้อมกันและสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านได้ทันที ซึ่งบัญชีผู้ใช้งานนี้มีความจำเป็นในการใช้หลายคุณสมบัติของ Bitdefender 2012 อย่างเช่น Online Parental Control, Facebook / Twitter Protection, Online backup รวมถึงการให้ความช่วยเหลือจากทีมผู้ผลิตโปรแกรม

ส่วนต่างๆ บนเว็บไซต์ My Bitdefender

  • Products สำหรับการตรวจสอบ License ที่ใช้งานอยู่ว่ายังใช้งานได้อีกกี่วัน การขอรับโค้ดสำหรับติดตั้งแบบออฟไลน์ หรือคำเชิญเข้าร่วมทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

  • Services เป็นการดูรายละเอียดและตั้งค่าฟีเจอร์ต่างๆ ได้แบบออนไลน์ ดังนี้
  • Parental Control สำหรับให้คุณพ่อคุณแม่ ดูรายละเอียดกิจกรรมการใช้งานของลูกๆ ว่าใช้คอมพิวเตอร์ทำอะไรบ้าง ซึ่งจะต้องเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ผ่านทางหน้าโปรแกรมก่อน
  • Anti-Theft ดูข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ได้ติดตั้ง Bitdefender Mobile Security เพื่อใช้ในการติดตามโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตที่หายไปว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน รวมถึงการล็อกและลบข้อมูลในเครื่องทิ้ง
    • Facebook Protection ป้องกันอันตรายจากไวรัสและสแปมที่มาจากเครือข่ายเฟซบุ๊คอย่างการโพสต์ลิงค์หรือการใช้งานผ่านแอพพลิเคชันต่างๆ บนนั้น
    • Twitter Protection เป็นการป้องกันในลักษณะเช่นเดียวกับเฟซบุ๊ค
    • Safebox บริการแบ็กอัพข้อมูลจากเครื่องของเรา ซึ่งจะถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์และเข้าถึงได้จากทุกที่ จึงไม่ต้องกังวลว่าเครื่องจะเสีย ไฟล์จะหายอีกต่อไป

  • Customer Care รวบรวมเนื้อหาและคำถามที่พบได้บ่อย การฝ่ายบริการลูกค้าเกี่ยวกับปัญหาการใช้งาน

  • Account การจัดการข้อมูลเกี่ยวกับบัญชี รายละเอียดผู้ใช้ รหัสผ่าน เป็นต้น

หน้าจอหลักของโปรแกรม

  

ทางด้านบนของหน้าจอหลักจะแสดงสถานะของโปรแกรมว่ามีข้อผิดพลาดใดๆ หรือไม่ หากเป็นปกติก็จะเป็นสีเขียวและมีข้อความว่า There are no issues to fix แต่ถ้ามีสิ่งผิดปกติก็จะเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือสีแดง พร้อมกับมีข้อความเตือน เช่น There are Critical issues to fix โดยผู้ใช้สามารถคลิกที่รูปเครื่องมือ เพื่อทำการแก้ไขในแต่ละส่วนที่มีปัญหาได้

ถัดมาจะเป็นส่วนของ Events เป็นการแจ้งคำเตือนและเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด Settings จะเป็นส่วนของการตั้งค่าของโปรแกรมทั้งหมด และ Auto Pilot คือการเปิดให้โปรแกรมจัดการความปลอดภัยอย่างเหมาะสมให้เอง โดยเราไม่ต้องเลือกอะไรอีก (ถ้าคุณเข้าไปเปลี่ยนค่าต่างๆ ในโปรแกรม ฟังก์ชัน Auto Pilot จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ)

ด้านล่างจะเป็นฟังก์ชันการทำงานหลักๆ ทั้งหมด โดยค่าเริ่มต้นจะแสดงเพียง 4 ตัว ได้แก่ Antivirus, Firewall, Antispam และ Update โดยผู้ใช้สามารถคลิกที่ปุ่มลูกศรเพื่อเลือกดูและตั้งค่าการทำงานในส่วนอื่น หรือสามารถลากไอคอนสลับตำแหน่งตามความเหมาะสมก็ได้

General Setting

เมื่อคลิกที่ Settings จะเป็นส่วนของการตั้งค่าทั่วไป สามารถตั้งรหัสผ่านของโปรแกรมเพื่อไม่ให้ผู้ใช้อื่นเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า การตั้ง Proxy ที่ใช้งาน การเปิดใช้งาน Game mode ที่โปรแกรมจะทำงานน้อยลงเฉพาะที่จำเป็นเพื่อไม่ให้กินทรัพยากรของเครื่อง เหมาะกับงานที่ต้องใช้เครื่องหนักๆ เช่น เล่นเกมส์ ตัดต่อกราฟฟิก (สามารถเปิด Game Mode แบบ Manual ได้ โดยคลิกขวาที่ไอคอนโปรแกรมบนทาสก์บาร์) รวมถึง Laptop Mode ที่จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ซึ่งสามารถเลือกให้เปิดใช้อัตโนมัติเมื่อคุณไม่ได้เสียบปลั๊กไฟอยู่

Antivirus

สามารถคลิกที่ Scan Now เพื่อค้นหาไวรัสและสปายแวร์ที่ฝังตัวอยู่ในเครื่อง โดยจะมีตัวเลือกดังนี้

  • Quick Scan ค้นหาไวรัสจากโพรเซสที่กำลังรันอยู่ ซึ่งใช้เวลาสั้นๆ ประมาณ 1-2 นาทีเท่านั้น
  • Full system scan ค้นหาไวรัสจากไฟล์และโปรแกรมทั้งเครื่อง
  • Custom scan ค้นหาไวรัสเฉพาะในโฟลเดอร์ที่กำหนดเอง

  • Vulnerability scan ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการอัพเดตวินโดวส์และโปรแกรมต่างๆ ที่จำเป็น พร้อมกับระบุรายละเอียดว่าสามารถอัพเดตได้อย่างไร

  • Rescue mode รีบูตเครื่องเพื่อเข้าสู่โหมดเฉพาะ เพื่อทำการกำจัดไวรัสที่ไม่สามารถลบได้ผ่านขั้นตอนปกติบนวินโดวส์

หากสแกนแล้วพบไวรัส ก็จะขึ้นข้อความแจ้งให้จัดการตามที่เราพอใจว่าจะลบทิ้งหรือเปล่า หรือจะเลือกให้โปรแกรมจัดการให้ทั้งหมดก็ได้ โดยในส่วนของการตั้งค่าแอนตี้ไวรัสสามารถเลือกดังนี้

  • Shield เป็นการตั้งว่าจะให้สแกนไฟล์ อีเมล์ การท่องเว็บ ฯลฯ ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ค่าเริ่มต้นหรือกำหนดเองได้แบบละเอียด รวมถึงระดับการแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบไวรัสโดยปกติโปรแกรมจะลบไฟล์ไวรัสให้เองยกเว้นกรณีที่ไม่แน่ใจว่าเป็น False Positive หรือเปล่าก็จะมีการถามเราก่อน

  • Vulnerability เป็นการเลือกสแกนอัตโนมัติ ว่าเครื่องจำเป็นต้องมีการอัพเดต OS หรือโปรแกรมใดบ้าง

  • Exclusions สามารถเลือกยกเว้น ไฟล์ โฟลเดอร์ หรือ extension ของไฟล์ที่ไม่ได้เป็นไวรัส รวมถึงโพรเซสที่รันอยู่ และการตั้งสแกนอุปกรณ์ต่อพ่วงแบบอัตโนมัติ เช่น เมื่อเสียบแฟลชไดรฟ์ก็จะมีการสแกนไวรัสให้ในทันที

  • Quarantine ไฟล์ที่สงสัยว่าเป็นไวรัสก็จะถูกโปรแกรมย้ายมากักไว้ในบริเวณนี้ ผู้ใช้สามารถเลือกลบทิ้งอย่างถาวร หรือนำกลับคืนที่เดิมหากพบว่าไม่ใช่ไวรัสก็ได้

Firewall

ผู้ใช้สามารถคลิก Network Details เพื่อดูสถิติของข้อมูลที่รับ-ส่งจากเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านไฟล์วอลล์

ในส่วนของ Settings สามารถเลือกเปิดฟังก์ชัน IDS (Intrusion Detection System) ซึ่งเป็นการบล็อคการเข้าถึงหรือเปลี่ยนแปลงค่าต่างๆ ของระบบ การเปิดใช้ Internet Sharing การป้องกัน Port Scan เป็นต้น

รวมถึงการตั้งกฎให้กับแต่ละโปรแกรมที่ต้องเชื่อมต่อกับเครือข่ายให้สามารถใช้งานได้ โดยมีให้เลือกทั้งแบ่งตามประเภทของทราฟฟิค (General Rules) แบ่งตามชื่อโปรแกรม (Application Rules) และ แบ่งตามไอพีแอดเดรส (Adapter rules) ซึ่งสามารถเพิ่มหรือแก้ไขรายการได้ตลอดเวลา

Anti spam

คลิกที่ Manage เพื่อเพิ่มอีเมล์แอดเดรสของเพื่อน หรือ สั่งบล็อคผู้ที่ส่งสแปมมาได้ และในส่วนของการตั้งค่าสามารถตั้งระดับความเข้มงวดในการคัดกรองจดหมายได้ รวมไปถึงการส่งข้อมูลกลับไปให้ผู้พัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันในครั้งถัดไป

วิธีการการ UPDATE

ผู้ใช้สามารถคลิกที่ Update Now เพื่อตรวจสอบและอัพเดตฐานข้อมูลไวรัสในทันที สามารถตั้งค่าการอัพเดตอัตโนมัติ เลือกเซิร์ฟเวอร์ดาวน์ที่ใช้โหลด รวมถึงระบบอัพเดตไฟล์ผ่าน P2P ถ้าอินเทอร์เน็ตช้าหรือไม่ต้องการแชร์ไฟล์ฐานข้อมูลไวรัสให้กับเครื่องอื่นก็สามารถปิดใช้งานในส่วนนี้ได้

Parental Control

ในส่วนของ Manage Accounts จะมีป๊อบอัพให้ผู้ใช้เลือกว่าจะให้โปรแกรมควบคุมการใช้งานของ User ใดบ้าง โดยให้คลิกเป็น On เพื่อเปิดการทำงาน ผู้ใช้งานสามารถเลือกช่วงอายุที่จะให้โปรแกรมควบคุมได้อย่างเหมาะสม ตั้งแต่ 3 ขวบ ไปจนถึง 18+ ซึ่งจะมีค่าเริ่มต้นที่แตกต่างกันออกไป

แต่หากต้องการตั้งค่าแบบละเอียดยิ่งขึ้น สามารถคลิกที่ส่วน Settings เพื่อเพิ่มรายการเว็บไซต์ โปรแกรม คีย์เวิร์ด บัญชี Instant Messenger และกำหนดประเภทข้อมูลที่อนุญาตหรือบล็อกได้ โดยสามารถคลิกเลือกเองว่าจะเปิดหรือปิดการควบคุมในส่วนใดบ้าง

นอกจากนี้ยังสามารถสั่งให้โปรแกรมบันทึกไฟล์ประวัติการใช้อินเทอร์เน็ต (Log) พร้อมส่งอีเมล์แจ้งไปยังผู้ปกครองได้ด้วย

Privacy Control

ในส่วนนี้จะเป็นเรื่องของการป้องกันข้อมูลส่วนตัวที่อยู่ในเครื่อง ในส่วนของการ Encrypt จะมีตัวเลือก Add file to vault ซึ่งเป็นการเข้ารหัสไฟล์เพื่อป้องการการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และ File Shredder เป็นการล้างไฟล์จากเครื่องชนิดที่ไม่สามารถกู้คืนได้อีกต่อไป เหมาะกับการลบไฟล์ที่มีความสำคัญ

สำหรับ Antiphishing สามารถเลือกเปิด-ปิดฟังก์ชันการป้องกันเว็บฟิชชิ่งทั้งหลาย โดยโปรแกรมจะมีทูลบาร์ปรากฏขึ้นบนบราวเซอร์ต่างๆ ดังรูป หากมีเว็บไซต์อันตรายก็จะแจ้งเตือนในทันที แต่หากไม่ต้องการก็สามารถปิดการทำงานได้เช่นกัน

ในส่วนของ Data Protection เป็นฟีเจอร์ที่จะช่วยป้องกันการดักเอาข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น อีเมล์ รหัสผ่าน ที่อยู่ เลขที่บัญชี เลขบัตรเครดิต ฯลฯ ซึ่งโปรแกรมจะมีการตรวจสอบข้อมูลที่ส่งเข้าออกผ่านทางอีเมล์ เว็บไซต์ และโปรแกรมสนทนาอยู่ตลอดเวลาว่าไม่มีข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งไปด้วย โดยผู้ใช้จะต้องเปิดการทำงาน พร้อมกับเพิ่มรายละเอียดข้อมูลต่างๆ เข้าไปด้วยตัวเอง โดยคลิกที่ Add rule

SafeBox

ในส่วนนี้เป็นบริการแบ็กอัพข้อมูล ซึ่งจะมีเฉพาะ Bitdefender Total Security เท่านั้น โดยผู้ใช้งานสามารถคลิกที่ Enable SafeBox เพื่อเปิดการทำงานในครั้งแรก และจะต้องล็อกอินผู้ใช้ My Bitdefender ด้วย หลังจากโปรแกรมตั้งค่าเสร็จแล้วจะปรากฏชอร์ตคัตของ SafeBox Folder ขึ้นบนเดสก์ท็อป โดยจะมีการซิงโครไนซ์ข้อมูลระหว่างโฟลเดอร์ที่กำหนดกับทางเซิร์ฟเวอร์ของผู้ผลิตโปรแกรมโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถเพิ่มโฟลเดอร์ที่ต้องการเอง รวมถึงการสั่งกู้คืนไฟล์ที่เราเผลอลบไปจากโฟลเดอร์ SafeBox ได้ในส่วนของการตั้งค่า

Tune-Up

เป็นเครื่องมือสำหรับใช้ปรับแต่งการทำงานของคอมพิวเตอร์ ให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น ประกอบไปด้วย

  • Pc clean-up สั่งให้ค้นหาและลบไฟล์ขยะ ไฟล์ชั่วคราวต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว รวมถึงคุกกี้ที่เก็บอยู่ในเครื่อง
  • Disk defragmenter สามารถสั่งจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ให้เป็นระเบียบเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงไฟล์ต่างๆ
  • Duplicate finder สั่งให้ค้นหาไฟล์ที่ซ้ำซ้อนหรือมีเนื้อหาเหมือนกัน โดยผู้ใช้สามารถลบทิ้งเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์

  • Registry cleaner สั่งให้ค้นหาและลบค่ารีจิสทรีที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว โดยโปรแกรมจะแจ้งระดับความสำคัญของค่ารีจิสทรี สามารถเลือกลบทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้
  • Registry Recovery ตัวเลือกสำหรับสั่งกู้คืนรีจิสทรี ถ้าลบทิ้งแล้วเครื่องมีปัญหา

Network Map

เป็นตัวเลือกสำหรับจัดการพีซีในเครือข่าย ที่ได้ติดตั้งโปรแกรม Bitdefender เอาไว้แล้ว ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงการตั้งค่าความปลอดภัยของทุกเครื่องได้จากเครื่องแม่ข่าย โดยเริ่มแรกผู้ใช้จะต้องกด Enable เพื่อตั้งค่า Server Computer ก่อนจึงจะเพิ่มเครื่องอื่นที่เชื่อมต่อเครือข่ายเข้ามาในโปรแกรมเป็นแบบ Regular Computer

จากเครื่องที่เป็น Server คุณจะสามารถกำหนดเครื่องอื่นๆ ให้ทำงานตามที่ตั้งไว้ ซึ่งฟีเจอร์ต่างๆ ก็จะมีเหมือนกับที่ทำบนเครื่องแม่ข่ายเอง โดยผู้ใช้สามารถเลือกรันทีละเครื่องหรือสั่งให้รันพร้อมกันทั้งหมดก็ได้ ทำให้การควบคุมด้านความปลอดภัยของหลายๆเครื่องสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

SafeGo 

ฟีเจอร์ในการจัดการเนื้อหาที่เราใช้ผ่านทาง Social network อย่าง Twitter หรือ Facebook ก่อนอื่นคุณจะต้องทำการเปิดใช้งานฟีเจอร์ SafeGo ก่อน ซึ่งจะต้องทำการอนุญาตแอพพลิเคชันของ SafeGo ในบัญชีผู้ใช้งานของคุณ จากนั้นแอพพลิเคชันตัวนี้จะทำการตรวจสอบข้อมูลของเราหรือของเพื่อนที่มีการโพสต์ ว่ามีลิงค์อันตรายหรือมัลแวร์แอบแฝงมาหรือไม่

โดยผู้ใช้สามารถเปิดหน้า Apps บนเฟซบุ๊คก็จะมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโพสต่างๆ ที่โปรแกรมได้สแกนไว้ หรือเลือกดูข้อมูลจากเว็บไซต์ My Bitdefender ก็ได้

ข้อมูลอ้างอิงhttp://www.pctodaythailand.com/review-bitdefender-total-security-2012/

                                    Panda Ativirus

Panda Antivirus เป็นแอนตี้ไวรัสที่มีอายุมายาวนานพอสมควร ถือกำเนิดขึ้นในปี 1990 โดยผลิต และพัฒนาจากค่ายยักษ์ใหญ่เชื่อถือได้อย่าง Panda แห่งประเทศสเปน โปรแกรมนี้เป็นที่นิยมใช้กันมากในหมู่คนชาวต่างชาติแถบยุโรป เนื่องจากกินทรัพยากรของเครื่องไม่มากนั่นเอง

คุณสมบัติที่มีของ Panda (Version Pro)

• ปกป้องเครื่องจากไวรัส เวิร์ม โทรจัน และโปรแกรมที่ไม่ประสงค์ดี
• ไฟร์วอลล์ Firewall
• โหมดเล่นเกมส์ กับดูหนัง เพื่อไม่ให้เครื่องช้า
• บริหารจัดการเครือข่ายภายในบ้าน Home network management
• สามารถป้อนข้อมูลส่วนตัวเพื่อเข้าสู่ระบบที่ปลอดภัย จากโปรแกรมตรวจจับการทำงานของคีย์บอร์ดได้ Virtual Keyboard

ในส่วน Panda Internet Security 2012 ก็มีความสามารถเพิ่มขึ้นมาคือ

• ไฟร์วอลล์และระบบปกป้องความเป็นส่วนตัว ประวัติการใช้งานเครื่อง Firewall & Identity Protection
• ป้องกันสแปมเมล์ และควบคุมการใช้งานเครื่องให้กับเด็กๆ Antispam & Parental Controls
• สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณทั้งควบคุมหน้าจอ และคัดลอกไฟล์ได้อย่างปลอดภัย Remote system access
• สามารถตรวจจับไวรัสจากกล่องจดหมายใน Outlook ได้ E-mail Antivirus on Outlook


ใน Panda นั้นมีเครื่องมือที่เรียกว่า Panda USB Vaccine เป็นโปรแกรมที่ช่วยป้องกันไวรัส ไม่ให้ทำงานอัตโนมัติเมื่อต่อ flash drive เข้าเครื่อง และป้องกันที่ตัว flash drive เองเมื่อต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นด้วยเช่นกัน (สร้างภูมิต้านทาน)

หลายๆคนคงใช้ USB Disk Security, CPE17, AHDV 1.2 และอื่นๆ จะพบว่าโปรแกรมเหล่านั้นได้แค่ป้องกัน ไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานได้ และที่สำคัญโปรแกรมชอบขึ้นหน้าต่างมาให้รำคาญใจอยู่ตลอดเวลา และเราต้องนำเมาส์ไปคลิกปิดมันทุกครั้งที่เราต่อ flash drive
Panda USB Vaccine นวัตกรรมใหม่ ฉีดวัคซีนให้ flash drive ป้องการการทำงานของไวรัสเมื่อต่อ flash โดยอัตโนมัติทำให้คุณทำงานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องการรำคาญ ไม่ต้องกังวลกับไวรัสที่ flash drive

ความสามารถที่โดดเด่นที่สุดของ Panda

เป็น Antivirus หนึ่งเดียวที่ใช้เทคโนโลยีแบบ Cloud Computing เข้ามาช่วย
โดยปกติแล้วเมื่อมีไวรัสตัวใหม่เกิดขึ้น และกำลังแพร่กระจายอยู่ เมื่อมีคนติดไวรัสถึงระดับที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง บริษัทและแลปก็จะนำไฟล์นั้นไปวิเคราะห์ และออกตัวแก้ออกมาให้กับผู้ใช้โดยการอัพเดทแต่ว่ากระบวนการนี้ ใช้เวลาทั้งสิ้นโดยตั้งแต่หลายชั่วโมงไปจนถึง 48 วันเลยทีเดียว
ซึ่งหมายความว่า ถึงแม้ว่าโปรแกรมกำจัดไวรัสของคุณจะมีการอัพเดทข้อมูลไวรัสทุกวันก็จริง
แต่ข้อมูลที่ได้เป็นไวรัสตัวที่เพิ่งถูกกระจายเข้าระบบเมื่อหลายวันก่อน
แต่ด้วยระบบ Cloud ของแพนด้า เมื่อไวรัสแพร่กระจายทั่วอินเตอร์เน็ต
ระบบใช้เวลาเพียง 6 นาทีก็สามารถอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสของผู้ใช้แพนด้าได้ ทั่วโลกแล้ว
ซึ่งระบบฐานข้อมูลแบบ Cloud อัพเดทข้อมูล ทุกๆวินาที เลยทีเดียว

 เทคโนโลยีใหม่ Cloud Computing

เครื่องที่ใช้แพนด้าทุกเครื่องจะเชื่อมต่อกับระบบ Cloud ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะสามารถรับข้อมูลจากผู้ใช้งานไปทำการวิเคราะห์และออกตัวแก้ไวรัสอัตโนมัติ เรียกว่า Collective Intelligence ที่มีใน Panda Security Lab หนึ่งเดียว
ระบบ Cloud เองยังช่วยสแกนไฟล์ในเครื่องของคุณโดยใช้ทรัพยากรจาก Cloud แทน ช่วยให้ตรวจจับไวรัสได้เร็วขึ้นเพราะไม่ได้ใช้ทรัพยากรในเครื่องของคุณเอง

วีดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ Cloud Computing

ข้อดีของระบบ Cloud

-ระบบ Cloud จะไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวของข้อใช้งาน
-ระบบ Cloud จะไม่ส่งข้อมูลของไฟล์ออกไปที่ระบบ แต่จะใช้วิธีการ Hashing ซึ่งเป็นการเข้ารหัสที่จะเก็บเฉพาะลักษณะของข้อมูล เช่น คุณมีไฟล์โปรแกรม 10MB ไฟล์นี้ถ้าหากสแกนในเครื่องอาจจะต้องใช้เวลานาน Panda จะเข้ารหัสที่เป็นลักษณะเฉพาะของโปรแกรมเหลือข้อมูลเ พียง 128 ไบต์ ซึ่งเป็นคุณลักษณะของโปรแกรม ไปตรวจสอบที่ระบบ Cloud แล้วส่งผลกลับมา
ซึ่งแน่นอนว่าข้อมูลแค่นี้ไม่ใช่ไฟล์จริง และไม่สามารถเป็นไฟล์จริงได้แน่นอน คุณจึงวางใจได้ถึงข้อมูลส่วนตัวของคุณ
-ระบบ Cloud ใช้ bandwidth น้อยมากเพราะขนาดไฟล์ 10MB ยังส่งไปแค่ 128 ไบต์ แม้แต่ไฟล์ 1GB ก็ยังส่งแค่ 128 ไบต์อยู่ดี
-ระบบ Cloud จะอัพเดทฐานข้อมูลของ Cloud แยกต่างหาก และจะ cache ไว้ในเครื่องคุณ คุณไม่จำเป็นต้องต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา

ในปัจจุบัน โปรแกรมกำจัดไวรัสอื่นๆ อาจจะประชาสัมพันธ์ว่า สามารถฆ่าไวรัสได้เยอะกว่า แต่ในความจริงแล้ว ไม่มีโปรแกรมกำจัดไวรัสไหนหรอกครับที่สามารถกำจัดไวรัสได้ 100% และอัตราการฆ่าไวรัสนั้น ถ้าติดตามกันดีๆมันมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงอยู่ตลอด ซึ่งถ้าดูจริงๆจะพบว่าจำนวนไวรัสที่ฆ่าได้นั้น ต่างกันไม่มาก ซึ่งเราควรพิจารณาถึงฟีเจอร์อื่นๆที่จะเป็นปัจจัยช่วยในการป้องกันไวรัสก่อน ที่จะกำจัดด้วย

การติดตั้งโปรแกรม Panda Antivirus


 การ Up date Panda Antivirus 

รางวัลและการรับรองจากสถาบันต่างๆ
ข้อมูลอ้างอิงhttp://review-panda-antivirus.blogspot.com/
ข้อมูลอ้างอิงhttp://www.youtube.com/watch?v=rOlSl64NRnI

                                       Avast Antivirus

Avast! Free Antivirus 5.0.396

Avast! Free Antivirus 5.0.396 เวอร์ชันล่าสุดของโปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบฟรีแวร์ซึ่งได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ
Avast! Free Antivirus 5.0.396 เป็นรีลีสที่ 2 ของเวอร์ชันหลัก 5.0 ออกเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา โดย Avast! Free Antivirus นั้นเป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัส (Antivirus) แบบฟรีแวร์สำหรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ซึ่งได้รับความนิยมใช้งานมากเป็นอันดับต้นๆ สามารถใช้งานได้ฟรี (ลงทะเบียนได้ฟรีหลังใช้งานครบ 60 วัน) สำหรับการใช้งานแบบส่วนตัว
คุณสมบัติหลักของ Avast! Free Antivirus
Avast! Free Antivirus มีคุณสมบัติต่างๆ ดังนี้
- Anti-spyware built-in
- Anti-rootkit built-in
- Strong self-protection
- Antivirus kernel
- Simple User Interface (Skinable)
- Resident protection
- P2P and IM Shields
- Network Shield
- Web Shield
- Automatic updates
- Virus Chest
- System integration
- Integrated Virus Cleaner
- Support for 64-bit Windows
- Internationalizationมีอะไรใหม่ใน Avast! Free Antivirus
การปรับปรุง:
• fixed a number of bluescreensเพิ่มคุณสมบัติใหม่:
• added Korean and Hungarian language versions
• Antivirus and anti-spyware engine
• Real time anti-rootkit protection
• Potentially unwanted program detection
• Code emulator
• Heuristic engine
• Wake-up for scan
• Scheduled scanning
• Fast application of updates
• File System Shield
• Mail Shield
• Optimized for Intel’s new Core i7 chip
• Multi-threaded scanning optimization
• Graphical user interface
ขั้นตอนการดาวน์โหลด Avast! Free Antivirus
Avast! Free Antivirus รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 95, Windows 98, Windows Me, Windows NT, Windows 2000, Windows XP, Windows Vista ทั้ง 32-bit,/64-bit และ Windows 7 ทั้ง 32-bit,/64-bit ท่านใดสนใจสามารถดาวน์โหลด Avast Free Antivirus 5.0.396 ได้จากเว็บไซต์ Download Avast! Free Antivirus 5.0.396 โดยไฟล์ดาวน์โหลดมีขนาดประมาณ 40MB
เมื่อดาวน์โหลดมาแล้ว เราจะได้ไอคอนที่มีหน้าตาดังรูป สามารถ Double Click เพื่อติดตั้งได้เลยครับ โดยโปรแกรมนี้ สามารถติดตั้งได้ทั้ง Windows XP, Vista และ Windows 7 ครับ

image008

การติดตั้ง    ก็ง่ายมาก เพียงคลิก Next ครั้งเดียว โปรแกรมก็จะจัดการทำการติดตั้งให้เราจนเสร็จ เมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้เราคลิก Finish ได้เลย

image010

image011

image012

ลงทะเบียนโปรแกรม

ถึงโปรแกรมนี้จะเป็นของฟรี แต่เราก็ต้องลงทะเบียนครับ ไม่อย่างนั้นโปรแกรมก็จะใช้งานได้แค่ 30 วัน โดยเราสามารถลงทะเบียนได้ฟรีครับ

1. เปิดโปรแกรม Avast! ขึ้นมาครับ แล้วคลิกที่ Register now ตามรูปครับ

image013

2. ให้เราคลิก Register now อีกรอบนึงครับ โปรแกรมจะทำการเชื่อมต่อกับ Server เพื่อทำการลงทะเบียน

image015

image017

3. เสร็จแล้ว โปรแกรมจะให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัวของเราครับ โดยในช่องที่มีเครื่องหมาย * ต้องกรอกทุกช่อง แล้วคลิก Register for free license ครับ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

image019

image020

การสแกนไวรัสใน เครื่องคอมพิวเตอร์

เราแบ่งเป็น 2 วิธีครับ

วิธีที่ 1 สแกนจากตัวโปรแกรม ซึ่งวิธีนี้ โปรแกรมจะทำการสแกนตามพื้นที่ต่างๆ โดยอัตโนมัติ ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้โดยเรียกโปรแกรมขึ้นมา คลิกที่ SCAN COMPUTER ทางซ้ายมือ เลือกรูปแบบการสแกนแล้วกด Start ได้เลยครับ

· Quick Scan โปรแกรมจะทำการสแกนในส่วนของระบบที่น่าจะมีไวรัสซ่อนตัวอยู่มากที่สุด

· Full system scan โปรแกรมจะทำการสแกนเครื่องเราทั้งหมด

· Removable media scan โปรแกรมจะทำการสแกนในส่วนของอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่ถอดได้ ( Removable Drive) ทั้งหมด

· Select Folder to scan เราสามารถเลือกสแกนในส่วนที่เราอยากให้สแกนได้

image021

วิธีที่ 2 สแกนโดยใช้เมนูลัด ซึ่งเราสามารถเลือกไฟล์หรือไดรว์หรือโฟลเดอร์ที่เราต้องการให้สแกน แล้วคลิกขวา แล้วเลือก Scan (ชื่อไฟล์) ได้เลยครับ

image023

การ Update

โปรแกรม avast! สามารถตั้งค่าให้ตัวโปรแกรมอัปเดทอัตโนมัติได้ครับ โดยเมื่อมีการอัปเดท ตัวโปรแกรมจะทำการอัปเดทให้อัตโนมัติเลย เราไม่จำเป็นต้องไปกังวลกับมันครับ

1. คลิกที่ Settings

image025

2. เลือกไปที่แทบ Updates ทางขวามือ ให้เลือกเป็น Automatic Update ทั้ง 2 ช่อง

image027

สุดท้ายก็คงจะต้องขอพูดเหมือนเดิมที่เคยพูดไว้ เวลาเขียนถึง Antivirus ก็คือ ไม่มี Antivirus ตัวไหนเทพที่สุดหรอก ถึง avast!5 จะเทพแค่ไหน แต่วิธีการป้องกันไวรัสที่ดีที่สุดก็คือ ปรับปรุงพฤติกรรมของผู้ใช้งานเอง อย่าคลิกลิงค์ อย่าดาวน์โหลดไฟล์ที่ไม่รู้จัก รวมถึงหมั่นอัปเดทโปรแกรม Antivirus บ่อยๆ แค่นี้เครื่องของคุณก็ไม่มีไวรัสหน้าไหน จะย่างกรายมาเยี่ยมเยียนแล้วทำอันตรายกับเครื่องเราได้อีกแล้วล่ะครับ

ข้อมูลอ้างอิงhttp://thaiwinadmin.blogspot.com/2010/02/avast-free-antivirus-5-0-396.html

ข้อมูลอ้างอิงhttp://hitech.sanook.com/912283/avast-antivirus-5-%E0%B8%88%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%8A%E0%B8%95%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B9%8A%E0%B8%84/

                                  Avira Antivirus

299_12013012042482

AVIRA Antivirus Premium (แอนตี้ไวรัส ร่มแดง เพิ่มการปกป้องที่มากกว่า มั่นใจยามเล่นเน็ต) : จากประเทศเยอรมันนี ที่ได้รับ การยอมรับจากทั่วโลก มั่นใจได้ในเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย ลูกเล่นและ ความสามารถไม่แพ้โปรแกรมอื่นๆ ปราบไวรัสได้มากว่า 1,000,000 ชนิด พร้อมระบบการ อัพเดท ข้อมูลไวรัสในเครื่องท่าน แบบ อัตโนมัติ ให้ไม่ล้าหลัง และตามไวรัสเหล่าร้ายทันละครับ เรียกได้ว่าเป็น ดาวรุ่งพุ่งแรงที่คออินเตอร์เน็ตและดาวน์โหลดจะพลาดไม่ ได้…


2013 Version Outstanding Features (ความสามารถเด่น สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในเวอร์ชั่น 2013)  

Browser Tracking Blocker - เพิ่มความสามารถที่จะ ช่วยหยุดการทำงานเว็บไซต์บางเว็บ ที่จะคอยสืบเสาะ ติดตามพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะเรียก ความเป็นส่วนตัว (Privacy) กลับมาได้มาก

Protection Cloud NEW - ตรวจจับมัลแวร์ (Malware) แบบอัพเดทข้อมูลสดตรงจาก Avira Server โดยไม่ต้องรอการอัพเดทให้เสียเวลา เพื่อให้คุณได้ข้อมูลไวรัสที่ใหม่ล่าสุดอยู่ตลอดเวลา

Website Safety Advisor NEW - แสดงข้อแนะนำก่อนการเข้าเว็บไซต์ เพื่อให้คุณรู้ก่อนทีจะเข้าเว็บนั้นๆ
Network Drive Scanning - ระบบค้นหา สแกนตรวจสอบไวรัส หรือ มัลแวร์ ใน Network Drive ที่โดยมากเอาไว้แชร์ไฟล์กับเครื่องอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ ไวรัส เข้ามาจากหลังบ้านโดยไม่รู้ตัว

คุณสมบัติของ Avira Antvirus

- ตรวจจับไวรัส สูงสุด
- ท่องเน็ตปลอดภัย
- Shopping Online สบาย ใจ
- ดาวน์โหลดไร้กังวล
- โปรแกรมเบาหวิว ไม่หน่วงเครื่อง ใช้เครื่องสบายใจ
- สร้างแผ่นบู๊ตไว้แก้ปัญหาเครื่องติด ไวรัส


ตาราง คุณสมบัติของ Avira Antivirus Premium 2013 เปรียบเทียบกับ AVIRA AntiVir Personal – Free Antivirus

 คุณสมบัติ AnitiVir
Premium
AntiVir
Personal – Free
AntiVir หยุดไวรัสทุกชนิด
AntiAd/Spyware กำจัด Adware/Spyware
AntiRootkit ต่อต้านการคุกคามจาก rootkit
QuickRemoval ล้างไวรัสอย่างรวดเร็ว
NetbookSupport กินทรัพยากรน้อย เครื่องเน็ตบุ๊ค ต่ำ ๆ ได้ สบาย
AHeadTechnology ตรวจจับไวรัสใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้จัก
GenericRepair ซ่อมไฟล์ที่เสียหายจากไวรัส
ExpressIntallation ติดตั้งง่าย เพียงกดแค่ 5 คลิก
AntiPhishing ป้องกัน phishing
AntiVirProActiv เทคโนโลยีใหม่ในการตรวจจับไวรัสที่ไม่ รู้จัก
Webguard ป้องกันจากเว็บไซด์อันตราย
RescueSystem สร้างแผ่นบู๊ต CD
AntiDrive-by ป้องกันไวรัสระหว่างท่องเว็บ
MailGuard ช่วยป้องกันไวรัสจากการใช้ email
Avira Call Center 24 ชั่วโมงทุกวัน ไม่มีวันหยุด 02-4028844

วิธีการติดตั้งโปรแกรม

แต่กลับกันตอนนี้รุ่น Avira Antivirus Premium 2013 ได้รองรับกับ Windows 8 Pro ก่อนแล้วเรียบร้อยและสามารถติดตั้งบน Windows 8 Pro ได้อย่างราบรื่น
โหลดแบบติดตั้งของ Avira Antivirus Premium 2013 ชนิด Offlineได้ที่ : http://www.softpedia.com/get/Antivirus/Avira-AntiVir-Premium.shtml

28-9-2555 20-22-47

คลิกขยายดูภาพ Screen Shot จาการเทสโปรแกรม ในขนาดใหญ่

หลังติดตั้งเสร็จแล้วส่วนการใช้งานสามารถใช้งานได้ฟรีแบบลองใช้ 30 วันครับ (Trail 30 Day) ซึ่งหลังจากทดสอบติดตั้งและใช้งานจริงก็พบว่าไม่มีปัญหาใดๆ  กับ Windows 8 Pro เลย แต่อาจจะมี Bug เป็น Error เล็กน้อยซึ่งอาจจะมาจากตัวโปรแกรม Avira Antivirus Premium 2013 เองซึ่งคงต้องดูกันต่อไปว่าทาง Avira จะทำการอัพเดตแก้ไข Bug ของตัวไฟล์ AVSCAN.exe นี้ตอนหลังจาก Scan ไฟล์ตรวจจับไฟล์แบบ On-Demand Scan เสร็จแล้วหรือไม่ และก่อนหน้าที่ผมจะลง Avira Antivirus Premium 2013 ผมก็ติดตั้ง AVG Antivirus 2013 Free (ดูรีวิวของ AVG Antivirus 2013 Free ก่อนหน้านี้ : http://www.cyberwakeup.com/2012/09/21/app-review-avg-antivirus-2013-free-on-windows-8-pro/ ) ไว้ก่อนแล้วและผลคือสามารถลงขนาดคู่กับโปรแกรม AVG Antirus 2013 Free ได้ด้วย! ครับแต่ผมไม่ขอแนะนำให้คุณผู้อ่านติดตั้งคู่กันเนื่องจากจะทำให้ระบบเครื่องอืดได้ อันนี้ผมทดลองทดสอบให้เห็นเท่านี้ เอาล่ะจบเท่านี้ทำอะไรสนุกๆ เทสอะไรเล่นๆ ให้เห็นเกี่ยวกับ Antivirus แบบรุ่นฟรีๆ จากผู้ผลิตอย่าง Avira (ร่มแดง) ให้เห็นกันแล้วว่าใช้งานได้ไม่มีปัญหาใดๆ บน Windows 8 Pro

ขั้นตอนการติดตั้ง

Avira Setup
ตรงนี้สำคัญมาก อย่าข้ามเด็ดขาด ถ้าไม่อยากได้ Toolbar ที่น่ารำคาญ ในส่วนของ Setup Type นี่แนะนำแบบ Custom ครับ ถ้าเราจะไม่ใช่ผู้ใช้งานแบบ Advance ก็ตาม เพราะอะไรเดี๋ยวอธิบายต่อ
Avira Toolbar and search
นั่นแน่! จะแถม Search กับ Toolbar ให้ล่ะสิ แหมเกรงใจ ไม่เอาแล้วกัน เราก็ติ๊กออกไปสิ แต่ว่า!!
ใช่แล้วครับ ดูที่ช่องดีๆ ผมเอาติ๊กหัวข้อบนออกแล้ว ตรงข้างล่างจะเป็นสีเทาไป ตรงนี้ระวังไว้นะครับ เหมือนที่ผมเคยเขียนในเอ้นทรี ตรวจดูในแน่ใจก่อนติดตั้ง ก่อนมานั่งเสียใจภายหลัง
วิธีแก้ไม่ให้ Avira ลง Toolbar คือติ๊กด้านล่างก่อนแล้วค่อยเอาข้อบนออกครับ
สิ่งที่ยังเพิ่มเข้ามาอีกคือระบบ Cloud ครับ
Avira Cloud
Cloud Antivirus เคยอธิบายไปในเอ็นทรีเก่าเรื่อง Kaspersky เผย “Cloud Antivirus” มีดีก็ต้องมีเสีย แล้วว่าทำงานอย่างไร
ที่หน้านี้ ถ้าใครไม่ต้องการให้ Avira ส่งไฟล์ไปให้ผู้ผลิต “โดยอัตโนมัติ” ก็ติ๊กครับ ค่าเดิมคือส่งไฟล์น่าสงสัยไปที่ Cloud เมื่อจับได้
จริงๆข้อนี้ผมค่อนข้างอยากจะให้ผ่านไป เพราะทางเขาจะได้จับไวรัสใหม่ๆ และแก้ไขเวลามันตรวจจับผิดพลาดได้เร็วกว่า (เร็วกว่าพึ่งพา GM ตามบอร์ดเกมแน่ๆ)
แล้วมันก็เริ่มติดตั้ง ขอใช้ฉาก Time Machine เร่งเวลาเลยนะครับ
Doraemon time machine
คงไม่มีใครมานั่งดู Loading Bar แน่ๆ เพราะมันนานใช้ได้เลย
เมื่อเสร็จแล้วก็จะเจอ Message box บอกให้เรา Restart
Avira Restart windows
ก็กด Yes ไป แล้วเครื่องจะก็จะ Restart แล้วก็ขึ้น Time Machine กันอีกรอบ
เมื่อเปิดเครื่องมา ก็จะมี Wizard ช่วยตั้งค่า
Avira Heuristic setting
ตรงนี้ก็เป็นจุดสำคัญอีกจุดที่อย่าข้าม
การตั้งค่า Heuristic ของ Antivirus เป็นสิ่งสำคัญที่หลายๆคนอาจมองข้ามไป เพราะ Heuristic จะเป็นระบบวิเคราะห์โครงสร้างและรูปแบบการทำงานของไฟล์ ใช้สำหรับค้นหาไวรัสที่โปรแกรมไม่รู้จัก (Unknown virus) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับไวรัสให้เพิ่มมากขึ้นโดยไม่ต้องรอการอัพเดท signature จากผู้ผลิตบ่อยๆ
จากประสบการณ์ของผม ระบบ Heuristics ของ Antivir ถือได้ว่า ค่อนข้างตรวจจับผิดบ่อย ดังนั้นควรตั้งค่าให้เหมาะกับการใช้งานครับ ในที่นี้ขอแนะนำ Medium แบบกลางๆดีกว่า จริงๆ Low ก็ใช้ได้นะครับ เพราะการตรวจจับของ Avira ดูท่าจะมากที่สุดในบรรดาของฟรี Smile
ต่อมาก็ส่วนที่สำคัญอีกส่วนที่อย่าข้ามสำหรับคอมฯในวงแลน
Avira network Settings
ใช่ครับ สำหรับรุ่น Internet Secuity จะมี Firewall ด้วย ซึ่งมันสร้างความปวดหัวกับคอมฯในองค์กรมาก เพราะต้องแชร์พวก Printer กับ Workgroup แล้ว Firewall มันจะบล๊อกไว้ ทำให้มีปัญหาแชร์ไฟล์กับเครื่องพิมพ์ไม่ได้ Yell
ตรงนี้ให้ติ๊กไว้ครับ เพื่อที่จะได้แชร์ Resource ได้ แต่ถ้าคอมคุณต่อกับโมเด็มโดยตรง หรือเป็น Notebook ที่ใช้เน็ตตามที่สาธารณะบ่อยๆ อย่างตามร้านกาแฟ, โรงเรียน, มหาลัยฯ, หอ ฯลฯ และไม่ได้แชร์อะไรกับใคร (ไม่นับ BitTorrent นะ) ก็เอาออกได้ครับเพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ Embarassed
เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้วก็เริ่มต้นใช้งานได้เลย ต่อไปจะเป็น UI และฟีเจอร์ใหม่ๆครับ
Avira 2013 Main UI
UI ไม่ต่างจากเวอร์ชั่น 2012 เท่าไหร่ แว้นแต่ด้านข้างที่ดูเป็นระเบียบมากขึ้น
ส่วนที่เพิ่มเข้ามาและน่าสนใจคือ Social Protection ครับ
Avira Social protect.
ตรงนี้ผมก็ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไร ไว้เอ็นทรีหน้าจะมารีวิวกันอีกทีถ้ามีโอกาส Tongue out
และยังมีส่วนของ Android Security ด้วย
Avira Android Security
ตรงนี้เอาไว้ทำอะไรผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่ได้ใช้ Android เลยไม่รู้ว่าจะใช้ทำอะไรยังไง (รู้แค่ว่าใน Android มีไวรัสบ้าง)

ข้อมูลอ้างอิง http://software.thaiware.com/11136-AVIRA_Antivirus_Premium_%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA_%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87_%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2_%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88.html

ข้อมูลอ้างอิงhttp://www.cyberwakeup.com/2012/09/28/app-review-avira-antivirus-free-2012-and-premium-2013-on-windows-8-pro/

ข้อมูลอ้างอิงhttp://warbandit.exteen.com/20120929/avira-2013

                                   Norton Antivirus

Norton 360 เวอร์ชั่น 5.0 มอบสุดยอดการปกป้อง ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยจากการคุกคามออนไลน์

เทคโนโลยีสำคัญ

• แอนตี้ ไวรัส • แอนตี้ สปายแวร์ • แอนตี้ ฟิชชิ่ง • การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลออนไลน์ • การยืนยันเว็บไซต์ • ไฟล์วอลล์อัจฉริยะป้องกันสองทาง • การแบ็คอัพข้อมูลบนเว็บไซต์ขนาด 2 กิกะไบต์ได้อย่างปลอดภัย (พื้นที่จัดเก็บข้อมูล 25 กิกะไบต์สำหรับ Norton 360 Premiere)

คุณสมบัติใหม่ๆ ของ Norton 360 เวอร์ชั่น 5.0

. เทคโนโลยี Reputation Service ใหม่ – เพิ่มการปกป้องอีกหนึ่งชั้นเพื่อตรวจจับไวรัส, โทรจัน, สปายแวร์ และภัยคุกคามอื่นๆ โดยการตรวจสอบไฟล์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ อย่างเรียลไทม์เพื่อระบุถึงความปลอดภัย
• Norton Insight ใหม่ – ระบุไฟล์ต่างๆ ไว้ใจได้ในระบบของคุณโดยไม่จำเป็นต้องสแกน จึงช่วยให้ใช้เวลาสแกนน้อยลง
• Norton Download Insight ใหม่ – ตรวจสอบไฟล์ต่างๆ ที่กำลังดาวน์โหลดลงเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อป้องกันซอฟต์แวร์อันตรายไม่ให้เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์
• Norton System Insight ใหม่ – ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ ที่มีผลกระทบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้ง ดาวน์โหลด ความเสี่ยงต่อความปลอดภัย สแกนแบบรวดเร็ว และการติดตั้งต่างๆ
• Norton File Insight ใหม่ – ให้ข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับกับไฟล์ต่างๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ
• SONAR 2 Behavioral Protection ใหม่ – นำเสนอการป้องกันมัลแวร์ใหม่ก่อนที่จะแจ้งเตือน การตรวจจับที่อ้างอิงจากพฤติกรรมต่างๆ
คุณสมบัติโดดเด่น

• PC Security — ป้องกันภัยคุกคามออนไลน์ได้หลาหลาย รวมทั้ง ไวรัส และสปายแวร์
• Automatic Backup & Restore — ปกป้องไฟล์สำคัญๆ ไม่ให้สูญหาย และยังช่วยเฝ้าระวังไฟล์ต่างๆ ที่ไม่สามารถทดแทนได้ อาทิ รูปภาพ ภาพยนตร์ เพลง และอื่นๆ
• PC Tuneup — ช่วยให้พีซีทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุดด้วยซอฟต์แวร์การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา
• Transaction Security เฝ้าระวังการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลออนไลน์ และป้องกันภัยหลอกหลวงและการโจรกรรม
• การจัดเก็บข้อมูลบนเว็บไซต์ขนาด 2 กิกะไบต์สำหรับรูปภาพ, เพลง, ข้อมูลติดต่อ และ เอกสารทางการเงินต่างๆ
• องค์ประกอบเสริมในระบบที่วิเคราะห์และช่วยแก้ปัญหาทั่วไปต่างๆ พร้อมทั้งการช่วยเหลือทางอีเมล์ และสนทนาออนไลน์ในกรณีจำเป็น
• การอัพเดทการปกป้อง และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ด้วยสภานะภาพสมาชิกภาพปัจจุบัน

จุดเด่นและฟีเจอร์หลักๆของ Norton 360 เวอร์ชั่น 5.0 ครับ

ขั้นตอนการติดตั้ง

เมื่อเราติดตั้งตัวโปรแกรมและใส่ Serial แล้ว จะพบกับหน้าต่างหลักของตัวโปรแกรมครับโดยแบ่งเป็น 4 ฟังก์ชั่นหลักๆ ครับ ได้แก่ การรักษาความปลอดภัยให้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์ (PC Security , Identity Protection (การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล), Backup (การสำรองข้อมูล) และ PC Tuneup (การปรับค่าค่างๆในเครื่องคอมพิวเตอร์)

หน้านี้เป็นการแสดงรายละเอียดต่างๆของในส่วนของ PC Security ครับ

อันนี้เป็นส่วนของรายละเอียดต่างการตั้งค่าต่างๆ ของ Firewall ครับ ปรับได้ละเอียดดีครับ เหมาะกับคนที่ต้องการปรับในระดับสูง

ส่วนของแอนตี้ไวรัสครับ สามารถสแกน Facebook ได้ด้วย โอ้วววว

Norton Insight ส่วนนี้คือการแสดง Process ที่ใช้งานอยู่ครับ บอกทรัพยากรที่ใช้งานด้วยสีซึ่งเข้าใจง่าย และมีแถบระดับความน่าไว้ใจของโปรแกรมแสดงด้วย

Identity Protection

ส่วนนี้เป็นแสดงฟังก์ชั่นการป้องกันข้อมูลส่วนตัวบนอินเตอร์เน็ตครับโดยตั้งค่าจากตัวโปรแกรมครับ แต่การใช้งานนั้นอยู่ในตัวเว็บบราวเซอร์ครับ แต่ฟีเจอร์ในส่วนนี้ไม่รองรับ Google Chrome และ Firefox 4.0 ครับ ส่วนบราวเซอร์ตัวอื่นๆ นั้นผมไม่ได้ลองครับ โดยส่วนตัวแล้วผมใช้ Chrome เป็นหลักเลยไม่สามารถจับภาพมาให้ชมกันได้ แต่จากที่ได้ศึกษามาแล้วฟีเจอร์นี้เป็นการเตือนผู้ใช้จากเว็บไซต์อันตรายโดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลของตัว Norton เอง และเมื่อจะกรอกแบบฟอร์มจากเว็บต่างๆ ตัวโปรแกรมก็จะเช็คให้อีกด้วยเพื่อความปลอดภัยครับ

Backup

ฟังก์ชั่นนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดเด่นของ Norton 360 เวอร์ชั่น 5.0 เลยครับ โดยเราสามารถเลือกไฟล์ที่สามารถแบ็คอัพได้ และแบ็คอัพตอนไหน ยังสามารถแบ็คอัพสู่พื้นที่ที่จัดให้ในขนาด 2.0GB ได้อีกด้วย และถ้าต้องการพื้นที่เพิ่มเติมก็ยังสามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อพื้นที่แบ็คอัพเพิ่มเติมได้อีกด้วยครับ

การอัพเดท Norton Antivirus แบบ Manual

โดยปกติ Norton Antivirus จะสามารถอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสผ่านทางอินเตอร์เน็ทได้ ด้วยโปรแกรม LiveUpdate แต่ถ้าเครื่องไม่สามารถต่ออินเตอร์ได้ เราต้องทำการอัพเดทแบบ Manual โดยดาวน์โหลดตัวอัพเดทจากเวปไซต์ของ Symantec

วิธีการอัพเดท Norton Antivirus แบบ Manual

1. ให้เราไปที่เว็บ Download English Updates ของ Symantec เพื่อทำการดาวน์โหลดตัวอัพเดทไวรัสมาใหม่ โดยเราต้องดาวน์โหลดให้ตรงกับระบบของเรา เช่น symrapidreleasedefsx86.exe จะเป็นดัวอัพเดทโปรแกรมที่อยู่บนระบบ 32 bit (ซึ่งส่วนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นระบบนี้) และให้สังเกตุว่าตัวที่เราจะดาวน์โหลดนั้นใช้ได้กับ Norton AntiVirus เวอร์ชั่นที่เราใช้อยู่ เช่นที่ศรชี้ จะใช้ได้กับเวอร์ชั่น 2005 ถึง 2007 และ ยังใช้กับ Norton 360 เวอร์ชั่น 1.0 ได้ด้วย หรือ ถ้าหากรู้ว่าโปรแกรมที่เราใช้เป็นระบบ 32 bit ก็สามารถ คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดตัวอัพเดทได้ทันที

2. เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้วให้ทำการดับเบิ้ลคลิก เพื่อทำการรันโปรแกรมที่เราดาวน์โหลดมา
3. คลิกที่ปุ่ม Yes

4. โปรแกรมจะทำการอัพเดทตัว Antivirus
5. เมื่อเสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม OK ก็เป็นอันเสร็จ

หมายเหตุ

  1. เครื่องที่ลงโปรแกรม Norton Antivirus เสร็จใหม่ๆ ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องทำการอัพเดทผ่าน LiveUpdate ก่อน
  2. ถ้าเราใช้การอัพเดทแบบ Manual ไฟล์ที่เราดาวน์โหลดมา สามารถนำไปอัพเดทเครื่องอื่นได้ด้วย
  3. การอัพเดทแบบนี้ จะไม่มีการตรวจสอบว่าโปรแกรมของเราทำการลงทะเบียนอะไรไว้
  4. ข้อเสียของวิธีนี้ คือ ไฟล์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ข้อมูลอ้างอิง

การอัพเดท Norton Antivirus แบบ Manual

โดยปกติ Norton Antivirus จะสามารถอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสผ่านทางอินเตอร์เน็ทได้ ด้วยโปรแกรม LiveUpdate แต่ถ้าเครื่องไม่สามารถต่ออินเตอร์ได้ เราต้องทำการอัพเดทแบบ Manual โดยดาวน์โหลดตัวอัพเดทจากเวปไซต์ของ Symantec

วิธีการอัพเดท Norton Antivirus แบบ Manual

1. ให้เราไปที่เว็บ Download English Updates ของ Symantec เพื่อทำการดาวน์โหลดตัวอัพเดทไวรัสมาใหม่ โดยเราต้องดาวน์โหลดให้ตรงกับระบบของเรา เช่น symrapidreleasedefsx86.exe จะเป็นดัวอัพเดทโปรแกรมที่อยู่บนระบบ 32 bit (ซึ่งส่วนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นระบบนี้) และให้สังเกตุว่าตัวที่เราจะดาวน์โหลดนั้นใช้ได้กับ Norton AntiVirus เวอร์ชั่นที่เราใช้อยู่ เช่นที่ศรชี้ จะใช้ได้กับเวอร์ชั่น 2005 ถึง 2007 และ ยังใช้กับ Norton 360 เวอร์ชั่น 1.0 ได้ด้วย หรือ ถ้าหากรู้ว่าโปรแกรมที่เราใช้เป็นระบบ 32 bit ก็สามารถ คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดตัวอัพเดทได้ทันที

2. เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้วให้ทำการดับเบิ้ลคลิก เพื่อทำการรันโปรแกรมที่เราดาวน์โหลดมา
3. คลิกที่ปุ่ม Yes

4. โปรแกรมจะทำการอัพเดทตัว Antivirus
5. เมื่อเสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม OK ก็เป็นอันเสร็จ

หมายเหตุ

  1. เครื่องที่ลงโปรแกรม Norton Antivirus เสร็จใหม่ๆ ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องทำการอัพเดทผ่าน LiveUpdate ก่อน
  2. ถ้าเราใช้การอัพเดทแบบ Manual ไฟล์ที่เราดาวน์โหลดมา สามารถนำไปอัพเดทเครื่องอื่นได้ด้วย
  3. การอัพเดทแบบนี้ จะไม่มีการตรวจสอบว่าโปรแกรมของเราทำการลงทะเบียนอะไรไว้
  4. ข้อเสียของวิธีนี้ คือ ไฟล์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ข้อมูลอ้างอิงการอัพเดท  Credit : http://www.comtrick.com/?gid=Norton&p=NortonAntivirusManualUpdate

ข้อมูลอ้างอิงhttp://www.teamzab.com/thread-4078-1-1.html

ข้อมูลอ้างอิงhttp://www.comtrick.com/?gid=Norton&p=NortonAntivirusManualUpdate

                                         ESET NOD32

คุณสมบัติสำคัญ

ติดตั้งระบบพร้อมรับมือแบบระยะไกล

ควบคุมการเชื่อมต่อผ่านสื่อพกพา

เปิดใช้งานการสแกนและสกัดกั้นสื่อพกพา เช่น CD-ROM, FireWire และ USB เพื่อลดความเสี่ยงในการติดไวรัสและข้อมูลสูญหาย

ระบบการจัดการระยะไกลแบบล้ำหน้า

ESET Remote Administrator ช่วยให้การรักษาความปลอดภัยทั้งเครือข่ายเป็นเรื่องง่ายเพียงอาศัยคอนโซลเดียวในการจัดการ ช่วยให้คุณกำหนดเวลาสแกน ตอบรับเหตุการณ์เกี่ยวกับความปลอดภัย วางนโยบาย ตรวจตราและจัดการกับการอัพเดทบัญชีไวรัสทั่วเครือข่ายขององค์กร จัดทำรายงาน และอื่นๆ อีกมากมาย

ติดตั้งระบบพร้อมรับมือแบบระยะไกล

ESET NOD32 Antivirus 4 สำหรับผู้ใช้งานธุรกิจ รองรับ Linux Desktop มาพร้อมกับคุณสมบัติการสร้างแพ็คเกจติดตั้งก่อนการปรับแต่ง RPM ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับ Software Distribution Tools

การติดตั้งโปรแกรม

     จะต่างจากที่ผ่าน ๆ มานะครับ เริ่มที่การ Download ก่อนครับ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้จาก http://www.thaiware.com เพียงคลิกที่ ตรงนี้ จากนั้นก็จะได้ไฟล์สำหรับติดตั้งมาเก็บไว้ในเครื่อง เมื่อเราคลิกที่ไฟล์นั้น ก็จะมีหน้าต่างขึ้นมาดังนี้
1
     เราก็เพียงแค่คลิกปุ่ม Install จากนั้นก็จะมีหน้าให้เราอ่านเงื่อนไขการใช้งาน ก็คลิก I Accept จากนั้นก็จะมีหน้าให้เราเลือกในการติดตั้งครับ ข้อแรกจะเป็นการยืนยันการเปิดฟังค์ชั่น Live Grid ข้อสองเป็นการแจ้งเตือนเวลาที่เราเปิดโปรแกรมที่เราไม่รู้จัก แนะนำให้เลือกทั้งสองข้อครับ แล้วก็คลิกที่ปุ่ม Next ได้เลยครับ
3
     จากนั้นจะเป็นการติดตั้งโปรแกรมไปจนจบ ก็จะมีหน้าต่างขึ้นมาให้เรา Activate โปรแกรมครับ ซึ่งจะทำได้ 3 วิธีนะครับ โดยการใส่ Activation Key (ซึ่งต้องสั้งซื้อจากต่างประเทศครับระบบนี้ในไทยไม่มีขายครับ) วิธีที่ 2 คือ Activate โดยใช้ Username และ Password ครับ ซึ่งจะได้รับหลังจากนำ Product Code ไปลงทะเบียนที่ http://nod32th.com/register/index.php โดย Product Code นี้สามารถสั่งซื้อผ่านไทยแวร์ได้เลยนะครับ (สั่งซื้อ Product Code) และวิธีสุดท้ายคือ Activate แบบทดลองใช้ครับ
5
การใช้งาน
REVIEW ESET  UPDATE_1
     ESET ยังคงรักษาคอนเซปส์การออกแบบ Dashboard สไตล์เรียบง่ายเอาไว้ เพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้งานได้ไม่ยาก โดยฝั่งซ้ายจะมีคำสั่งในการใช้งานให้ และจะแจ้งสถานะของโปรแกรมให้ที่ทางฝั่งขวา  แต่อย่างไรก็ดีเราพบว่าการปรับแต่งโปรแกรมในหน้าหลักนั้น มีตัวเลือกให้ไม่ยืดหยุ่นเท่าที่ควร โดยเราแนะนำว่าในการใช้งานครั้งแรกควรเข้าไปปรับแต่งที่ Advance Setup เสียก่อน โดนเข้าไปที่เครื่องหมายถูกที่มุมขวาบน ซึ่งในนี้จะมีเมนูการปรับแต่งอยู่มากมายให้เลือก เราก็เข้าไปเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของเราได้เลยครับ
REVIEW ESET  UPDATE_2

คุณสมบัติใหม่

     อย่างแรก คือคุณสมบัติ Gamer mode ที่จะลดการใช้แรมและพื้นที่สำรองในการทำงานของโปรแกรมในขณะที่ผู้ใช้ดูภาพยนตร์หรือเล่นเกม โดยเราสามารถปรับให้ฟีเจอร์นี้เรียกใช้งานได้อัตโนมัติโดนเข้าไปที่ Setup ->Enter advanced setup เลือก User interface -> Gamer mode และติ้กในช่อง Enable Gamer Mode when running applications in full-screen mode automatically.
   อย่างที่สอง คือ Live Grid ที่จะรวบข้อมูลไฟล์และลักษณะการทำงานของไวรัสจากผู้ใช้ Nod32 ทั่วโลก มาปรับปรุงดาต้าเบสของโปรแกรมให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยอาศัย Cloud เทคโนโลยี

การสแกนไวรัส

REVIEW ESET  UPDATE_3
   Nod32 ในเวอร์ชั่นนี้ รองรับการสแกนและจัดการกับ Removeable Media โดยเมื่อเราต่อ Removeable Media จะมีการแจ้งเตือนให้เราสแกนทันทีหรือสแกนภายหลัง (เราสามารถปรับแต่งค่าเริ่มต้นให้สแกนทันทีที่มีเชื่อมต่อ)
   Nod32 รองรับการสแกนไดร์ฟหลักของเครื่องที่ติดตั้ง และเครื่องอื่นบนเครือข่าย มีตัวเลือกในการสแกนให้ทั้งแบบ Smart Scan , In-Depth Scan และ Context Menu Scan.  จากการทดสอบเราพบว่า Eset สามารถสแกนไฟล์ได้ค่อนข้างเร็ว โดยอยู่ที่ประมาณ 44.3 เมกกะไบต์ต่อวินาที การสแกนพื้นที่ 1 กิ๊กกะไบต์จะใช้เวลาประมาณ 23 วินาที (ทดสอบบนคอมพิวเตอร์ Windows 7 Home Premium Pentium Dual-Core T4200 (64 bit), แรม 3GB ฮาร์ดดิสก์ 210GB)
ตารางเปรียบเทียบความเร็วในการสแกนเมื่อเทียบกับค่ายอื่นๆ
REVIEW ESET  UPDATE_4
บทสรุป
    เราค่อนข้างพอใจในการทำงานของ Nod32 ด้วยความเร็วในการทำงานที่ค่อนข้างเร็ว และระบบ User Interface ที่เป็นมิตรใช้งานง่าย การใช้ทรัพยากรเครื่องที่ไม่สูงจนทำให้การทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ช้าลง จุดที่เราไม่พอใจมีเพียงการซ่อนตัวเลือกในการปรับแต่งไว้ที่ Advance Setup ที่ค่อนข้างเสียเวลาในการเข้าถึงเมนู รวมถึงการที่ไม่มีรายละเอียดของการปรับแต่งมาให้ ซึ่งผู้้ใช้งานทั่วๆไป ยากที่จะเข้าใจว่าปรับแล้วจะเกิดผลอย่างไรกับตัวโปรแกรมและตัวเครื่องบ้าง
            AVG Internet Security
 

คุณสมบัติของโปรแกรม

ปกป้องคอมพิวเตอร์ของคุณโดยไม่ทำให้เครื่องช้าลงผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยบางตัวอาจทำให้เครื่องคุณช้าลง แต่ AVG Internet Security 2012 เพิ่มความเร็วให้ คุณสามารถดูวิดีโอออนไลน์ได้เร็วกว่าเดิมด้วยคุณสมบัติ: AVG Accelerator, AVG System Tools
ปิดกั้นแฮกเกอร์และหยุดการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวAVG Internet Security เป็นมากกว่าโปรแกรมป้องกันและกำจัดไวรัส โดยช่วยป้องกันให้ข้อมูลส่วนตัวของคุณปลอดภัย เมื่อคุณช็อปปิงออนไลน์ หรือทำธุรกรรมการเงินต่างๆ และ AVG Firewall จะช่วยป้องกันการโจมตีทั้งจากภายนอกและภายในด้วยคุณสมบัติ: AVG Enhanced Firewall, AVG Identity Protection
ป้องกันไวรัสด้วยโปรแกรมที่ได้รับรางวัลจากสถาบันชั้นนำป้องกันไวรัสอัตโนมัติและภัยคุุกคามต่างๆ มีการอัปเดตข้อมูลทันสมัยเสมอๆ พร้อมทีมงานค้นคว้าวิจัยของ AVG ที่พร้อมรับมือกับแฮกเกอร์ที่มีการพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ ตลอดเวลาด้วยคุณสมบัติ: Anti-Virus, Anti-Malware, Anti-Spyware, AVG Protective Cloud Technology, AVG Community Protection Network
เล่นเกมและท่องอินเทอร์เน็ตโดยปราศจากการรบกวนคุณสามารถเล่นเกมและท่องอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีการรบกวนใดๆ การสแกนไวรัสจะทำงานเมื่อคุณไม่ได้ใช้งานเครื่อง และเมื่อเล่นเกม การทำงานต่างๆ จะปรับไปเป็นการทำงานอยู่เบื้องหลัง ทำให้เล่นเกมได้อย่างสบายใจด้วยคุณสมบัติ: AVG Smart Scanning, Game Mode, Auto-Fix
ปกป้องการใช้งานเมสเสจต่างๆ จากสแปม (Spam) เวิร์ม และสแคม (Scam)ปกป้องการใช้งานอีเมลจากสแปมเมอร์ และการฟิชชิงสแคม (phishing scams-การฉ้อโกงผ่านเว็บไซต์ปลอมแปลงต่างๆ) ที่อาจมีไวรัสซ่อนอยู่ภายใน รวมถึงการป้องกันไวรัสจากการใช้งานโปรแกรมข้อความด่วนต่างๆ เช่น MSN และ Yahooด้วยคุณสมบัติ: AVG Anti-Spam, AVG Online Shield, AVG Email Scanner
ท่องเว็บและสืบค้นข้อมูลอย่างปลอดภัยหากคุณต้องการท่องเว็บและสืบค้นข้อมูล แต่ไม่ต้องการไปยังเว็บไซต์อันตรายต่างๆ AVG จะช่วยเตือนถึงอันตรายต่างๆ ไม่ให้คุณเข้าไปในเว็บเหล่านั้นด้วยคุณสมบัติ: LinkScanner Search-Shield, LinkScanner Surf-Shield
แบ่งปันชีวิตชีวาบน Facebook ไร้กังวลเรื่องไวรัสต่างๆด้วยการป้องกันของ AVG คุณสามารถแชต หรือส่งข้อความต่างๆ ถึงเพื่อนสนิทมิตรสหายผ่าน Facebook หรือสังคมออนไลน์ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย โดย AVG จะตรวจสอบลิงก์หรือหน้าเว็บเพจต่างๆ ช่วยให้คุณไม่ส่งลิงก์ที่เป็นอันตรายไปให้เพื่อนๆ และเพื่อนๆ ก็จะไม่ส่งมาให้เราเช่นกันด้วยคุณสมบัติ: AVG Social Networking Protection
การสนับสนุุนทางเทคนิค 24 ชั่วโมงทีมงาน AVG มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิตต่างๆ คอยให้บริการ 24 ชั่วโมงทุกวันผ่านทางเว็บไซต์ AVG ช่วยให้คุณสามารถใช้ AVG ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยคุณสมบัติ: AVG Support, AVG Advisor
What’s new in this version. ป็นที่ฮือฮาในวงการ Anti-Virus Free กับเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดจาก AVG ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่มากขึ้น
และเพิ่มหลายฟังชั่น(แหงล่ะ ไม่งั้นจะออกเวอร์ชั่นใหม่ทำไม? ถ้าไม่มีอะไรใหม่ๆออกมาเอาใจผู้ใช้)การทำงานที่เร็วถึง 50%
● ลดขั้นตอนการทำงานลง 30%
● สแกนไวรัสเร็วขึ้น 50%
● และที่สำคัญสำหรับคนที่แรมต่ำ เพราะ AVG Anti-Virus Free Edition 2012 นี้กินแรมน้อยลงถึง 40% (ว้าววววว จริงหรือเนี๊ยะ) 

Screen Shots
 

 

Video

 

  

วิธี Activate และ Install
1. Install AVG Internet Security 2012 Business Edition ด้วยการเลือกแบบ Trial
2. ตอน Install ยังไม่ต้องใส่ Key ใด ๆ ทั้งสิ้น
3. Install เสร็จ **ถ้ามันเด้งขึ้นมาให้ Restart (ยังไม่ต้อง Restart)** ให้กด Update
4. เมื่อ Update เสร็จเรียบร้อยให้ คลิกปุ่มทางด้านขวามือ ปุ่ม [Support]
5. จากนั้นจะมีหน้าต่าง บริเวณด้านล่าง ซ้าย จะมีปุ่มเขียนว่า Re-Activate
6. ลบ License Number ของเก่าทิ้ง แล้วใส่ Key ที่ผมให้ไป แล้วกดปุ่ม Activate
7. กด Update
8. Restart เครื่อง
9. จากนั้นลองกด Support เหมือนเดิม แล้วดูว่า License Expires มันหมดอายุ 2561 หรือไม่
ข้อมูลอ้างอิงhttps://sites.google.com/site/avginternetsecurit
ข้อมูลอ้างอิงsites.google.com/site/avginternetsecurity2012

                            Microsoft security Essentials

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ Microsoft Security Essentialsเนื่องจากเป็นบริการฟรีสำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows ของแท้ Microsoft Security Essentials จึงมีระบบการป้องกันอันทันสมัยอย่างครอบคลุมเพื่อรับมือกับการคุกคามที่เป็นอันตราย เช่น ไวรัส โทรจัน สปายแวร์ และมัลแวร์อื่นๆ Microsoft Security Essentials

คุณสมบัติของโปรแกรม

-ให้บริการการป้องกันที่มีคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรมและยังคงมีการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการคุกคามของซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง

-ป้องกันได้อย่างง่ายๆ หลังจากการดาวน์โหลดตามปกติ

-เข้าใจได้ง่ายและใช้งานสะดวก

-อย่าสับสนกับวิธีการทำงานของพีซี

-ทำงานในแบบเบื้องหลังโดยไม่มีข้อความแจ้ง

คำแนะนำเพิ่มเติมการใช้โปรแกรม Microsoft Security Essentials

  • ควรตั้งเวลาตรวจสอบไวรัสแบบอัตโนมัติ (ถ้าให้ดีควรเลือกเป็น Daily หรือทุกๆ วัน) และอาจตั้งเวลาในการตรวจสอบตอนพักเที่ยง หรือช่วงเวลาที่เราไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์ สามารถเลือก Quick scan เพื่อการตรวจสอบที่เร็วขึ้น
  • ควรตรวจสอบไวรัส สปายแวร์ แบบ Full อย่างน้อย เดือนละ 1-2 ครั้ง
  • ควร Update โปรแกรมให้ทันสมัยเสมอ โดยคลิกแท็ป Update และคลิกปุ่ม Update
  • ทิป เราสามารถคลิกขวา และเลือก Scan virus เวลาเราเปิดดูผ่าน Windows Explorer ได้ด้วย เช่นเดียวกับโปรแกรม Antivir

Microsoft Security Essentials แท็ปเมนูประกอบด้วย

  1. Home - หน้าหลักของโปรแกรม แสดงรายละเอียดและปุ่มให้เลือกตรวจสอบไวรัส (Scan)
  2. Update - แสดงรายละเอียดของโปรแกรมว่าอัปเดทถึงไหนแล้ว
  3. History - เก็บประวัติการตรวจสอบไวรัส สปายแวร์ และ
  4. Settings - กำหนดข้อมูลเพิ่มเติมให้กับโปรแกรม เช่น กำหนดให้ตรวจสอบไวรัสแบบอัตโนมัติโดยตั้งเวลาในการตรวจสอบไว้

microsoft_security_essentials_home_screen

หน้า Home มีปุ่ม Scan now ให้ตรวจสอบไวรัสทันที แต่ถ้าต้องการ scan เฉพาะ Drive ที่ต้องการให้คลิกเลือก Custom และคลิกปุ่ม Scan now จากนั้นจะมีหน้าต่างให้เลือก drive ที่ต้องการ

microsoft_security_essentials_update_screen

แสดงข้อมูล Update ของตัวโปรแกรม ข้อสังเกตให้ดูว่าวันนที่ที่มีการ update ตรงหรือใกล้เคียงกับวันปัจจุบันหรือเปล่า ถ้าใข่ แสดงว่าโปรแกรมของเรา update สุดๆ

?

microsoft_security_essentials_history_screen

แสดงรายละเอียด ผลของการตรวจสอบไวรัส แสดงไฟล์ต่างๆ ที่ถูก Delete จากการใช้โปรแกรม และแสดงรายละเอียดของไฟล์ที่ถูกกักกันไว้ด้วยคำสั่ง Quanrantined

?

microsoft_security_essentials_settings_screen

ใช้สำหรับกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ตั้งการตรวจสอบไวรัสแบบอัตโนมัติ, หรือสั่ง Scan removable dirves ด้วยเวลาสั่ง Full

ข้อมูลอ้างอิงhttp://www.it-guides.com/antivirus-a-security/freeware-antivirus/556-how-to-use-microsoft-security-essentials

ข้อมูลอ้่งอิงhttp://board.palungjit.com/f34/microsoft-security-essentials-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81-%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%95%E0%B9%8C-287510.html

                          Kaspersky Internet Security

คุณสมบัติของแคสเปอร์สกีเพียวKaspersky PURE เป็นการปฏิวัติแนวทางใหม่เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของคุณพร้อมใช้งานในสภาพเต็มประสิทธิภาพ ด้วยฟีเจอร์และฟังก์ชั่นที่แตกต่างซึ่งถูกพัฒนาให้ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ พร้อมทั้งให้การปกป้องที่สมบูรณ์แบบ: 

  • Kaspersky PURE มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ครอบคลุมฟังก์ชั่นของ Kaspersky Internet Security 2010 ที่ได้ผ่านการทดสอบและสามารถเชื่อถือได้ และยังได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆที่น่าสนใจเข้าไปอีกด้วย
  • การป้องกันอย่างสมบูรณ์จากแอนตี้มัลแวร์และแอนตี้สแปม รวมถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง Sandbox สำหรับการการันตี
    ความปลอดภัย เพิ่มเทคโนโลยีการตรวจจับที่ยกระดับขึ้นกว่าเดิม!
  • My Control Centre ให้คุณสามารถเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการการทำงาน รายงาน การอัพดตฐานข้อมูล ฯลฯ ด้วยคอมพิวเตอร์เครื่องใดก็ได้ในเน็ตเวิร์คNEW!
  • Password Manager สามารถสร้าง เข้ารหัสและจัดเก็บข้อมูลการเข้าสู่ระบบ การใส่ฟอร์มการล็อคอินโดยอัตโนมัติ พร้อมด้วยคีย์บอร์ดเสมือนที่ติดตั้งไว้ภายในNEW!
  • Parental Control ขั้นสูงและการดูแลเฝ้าระวังการใช้งานอินเทอร์เน็ต การใช้งานคอมพิวเตอร์ แอพพลิเคชั่นและการติดต่อสื่อสารของผู้ใช้ เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติบางประการ!
  • File Shredder ใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายเพื่อทำให้ข้อมูลที่ถูกลบไปแล้วนั้นไม่สามารถจะเรียกกลับหรือกู้คืนกลับมาได้ แม้จะใช้โปรแกรมเฉพาะทางก็ตามทีNEW!
  • Data Backup & Restore มั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะยังคงสมบูรณ์ คุณสามารถตั้งตารางเวลา ตำแหน่งการรีสโตร์และ เลือกที่จัดเก็บแบ๊คอัพไฟล์ได้ NEW!
  • Data Encryption เพิ่มความปลอดภัยสูงสุด สามารถสร้าง จัดเก็บและย้ายข้อมูลโดยมีพาสเวิร์ดปกป้อง และคอนเทนเนอร์ที่เข้ารหัสไว้ NEW!

การติดตั้งโปรแกรม Kaspersky 2012 แบบ Save Activate Code

หมายเหตุ: กรณีในเครื่องมีโปรแกรม Kaspersky 2011 หรือ 2010 ต้องการที่จะติดตั้งโปรแกรม Kaspersky 2012

โดยวิธีการ Save Activate Code

วิธีการลบโปรแกรม kaspersky แบบ Save Activate Code

1. คลิก start > All programs > Kaspersky … 2011 Repair or Remove

Remove_savecode

2. คลิกปุ่ม Remove

Remove_savecode

3. เลือก Save application objects และ คลิกถูกที่ Activation data

4. คลิกปุ่ม Next

คลิกปุ่ม Next
5. คลิกปุ่ม Remove

6. คลิกปุ่ม Yes เพื่อทำการ Restart Computer

ข้อมูลอ้างอิงhttp://forum.antivirus365.net/index.php?showtopic=5312

ข้อมูลอ้างอิhttp://www.icom.co.th/faq/forum_ans.php?FaqId=88

                            G-Data Antivirus

คุณสมบัติ

  • ป้องกันไวรัสได้ดีที่สุด โดยไม่กระทบการใช้งานและทรัพยากรของเครื่อง
             นอกจากในการตรวจจับไวรัสได้มากที่สุดถึง 99.9% ยังมีคุณสมบัติในการสแกนแบบใหม่ที่จะทำงานในช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้งานในระบบ ทำให้ไม่สูญเสียและใช้ทรัพยากรของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ
    คุณสมบัติใหม่ล่าสุดที่ทำการวิเคราะห์ไฟล์ต้อง สงสัยบน Cloud เพิ่มประสิทธิภาพทุกการใช้งาน ให้ระบบปลอดภัยจากไวรัสและภัยคุกคามอื่นๆ โดยไม่สูญเสียทรัพยากรของเครื่องและไม่มีหน้าต่างคำถามปรากฏขึ้นให้ต้องคลิ๊กปิดบ่อยๆ
  • การปกป้องสูงสุด:

-  การตรวจหาไวรัสได้มากที่สุด และ ประสิทธิภาพการค้นพบไวรัสที่ยอดเยี่ยมด้วยเทคโนโลยี Double Scan

-  ค้นหาไวรัสตัวใหม่ได้เร็วที่สุด

-  ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับการตรวจหาไวรัสที่ไม่รู้จัก (ตรวจสอบจากพฤติกรรม, heuristics, Cloud Security)

  • ง่ายต่อผู้ใช้งาน – เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น:

-   อินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่ายเพียง “คลิ๊กเดียว” จัดการให้อัตโนมัติ

-   กลไกการทำงานทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติ โดยไม่รบกวนผู้ใช้งาน

วิธีการติดตั้ง

1.  ให้รันไฟล์ จากนั้นเลือก install

2.   กด Next

3.  โปรด อ่าน ข้อตกลงในการใช้ลิขสิทธิ์ในการใช้โปรแกรม (License Agreement) ให้เข้าใจจากนั้น เลือก I accept the terms in the license agreement   จากนั้นให้กด next

4.    ให้เลือก I am participating in the G Data malware information initiative and agree that the data required for this will be submitted to G Data จากนั้นให้กด continue

5.   เลือก Install full version of G Data Antivirus จากนั้นให้กด next

6.   เลือก Complete จากนั้นให้กด next

7.   ให้กำหนดตารางการทำงานของโปรแกรมแบบอัตโนมัติ มีดังต่อไปนี้

a.   Load virus update hourly คือการกำหนดให้โปรแกรมทำการอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสทุก ๆ ชั่วโมง

b.   Check computer weekly for viruses คือการกำหนดให้โปรแกรมทำการตรวจสอบไวรัสทุก ๆ สัปดาห์เมื่อกำหนดแล้วให้กด next

8.   กด ปุ่ม install เพื่อทำการติดตั้งโปรแกรม

9.   กด Finish เพื่อสิ้นสุดการติดตั้ง

10.   หลัง จากติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว ระบบจะร้องขอให้ Restart computer อีกครั้ง โดยให้กดปุ่ม yes แต่ หากต้องการ restart computer ภายหลังให้เลือก NO

วิธีการอัพเดต

ตารางการเปรียบเทียบ G Data ระหว่าง Antivirus, Internet Security และ TotalCare

ข้อมูลอ้างอิง http://nnnook.wordpress.com/2012/07/21/9-8-g-data-antivirus/

การใช้งานโปรแกรม Trend Micro
Software สำหรับป้องกันไวรัสซึ่งใช้งานบนระบบคอมพิวเตอร์ของ Biotec นั้น คือ Trend Micro Office Scan ( สามารถ
ป้องกัน Virus ที่แพร่กระจายผ่านทาง Share Files และ E-mail เป็นหลักรวมทั้ง Internet ) โดย โปรแกรม Trend Micro จะถูกติดตั้งให้กับเครื่องที่ใช้งานในศูนย์ทุกเครื่องข้อดีของการใช้ Trend Micro 
1. การใช้งานง่าย User ไม่ต้องมาคอยนั่ง Update Pattern File เอง( Pattern File เป็นไฟล์ที่รวมรวมรายชื่อ Virus ที่ออกมาใหม่ ) เพราะ Server จะทำการ Update Pattern File ใหม่ๆให้ท่านเองเมื่อ logon เข้าใช้เครื่อง
2. ตัว Software จะเตือนขึ้นมาเป็น Pop up ทันทีเมื่อค้นพบ Virus ในระหว่างการใช้งาน
3. ป้องกัน Virus ที่แพร่ผ่านทาง Share Files , E-mail และ บน Internet ได้
4. เมื่อพบ Virus ในเครื่องแต่ไม่สามารถ Clean Virus ได้ ระบบจะทำการเก็บไว้ใน Quarantine เพื่อรอการลบทิ้งภายหลัง
ขั้นตอนการ Scan Virus
1. ตรวจสอบก่อนว่าที่เครื่องของท่านได้ติดตั้งโปรแกรม Trend Micro ไว้หรือยังโดยให้ไปที่ Start ===> Programs ===> Trend Micro OfficeScan Client===> OfficeScan Client   หรือสังเกตที่ Task bar มุมล่างด้านขวาดังรูปที่ 1
รูปที่ 1
2. คลิกเลือกโปรแกรมเพื่อเข้าสู่ Main Menu ของการใช้โปรแกรม Trend Micro ที่ Tab Scan เลือก Drive ที่เราต้องการ Scan virus ในที่นี้เลือก Drive ที่เป็น Handy Drive
รูปที่ 2
3. คลิกเลือก Scan Drives ที่รูปทางด้านขวา Trend Micro จะทำการ Scan virus ให้ ดังรูป


รูปที่ 3


รูปที่ 4
4. ในกรณีที่โปรแกรม Trend Micro ตรวจพบ Virus แต่ Clean ไม่ได้ Virus เหล่านั้นจะถูกกักไว้ที่ Quarantine ซึ่งเรา
สามารถเข้ามา Delete ได้ในภายหลังโดยที่ Virus เหล่านี้จะไม่แพร่กระจายออกไปยังภายนอก โดยเลือกที่ Tab Scan Results จะมีรายชื่อของ file ที่ติด Virus อยู่ ให้ click เลือก file Virus ใน list ดังกล่าง แล้ว click ที่ ปุ่ม Clean


รูปที่ 5
5. หน้าจอนี้เป็นตัวอย่างเมื่อโปรแกรม Trend MIcro ตรวจพบ Virus แพร่กระจายผ่านเข้ามาจะมี Pop up เตือนขึ้นพร้อม
หน้าจอแสดงผลการกำจัด Virus มาเพื่อแจ้งให้เราทราบว่าขณะนี้พบ Virus ในเครื่องของท่านระบบได้ทำการ Clean แล้ว
แต่ไม่สำเร็จ Virus ตัวนี้ก็จะถูกส่งไปเก็บยัง Quarantine เพื่อรอการ delete ต่อไป


รูปที่ 6
รูปที่ 7
การ update Pattern
1. โดยปกติ Trend micro จะ update virus pattern จาก Server ให้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็สามารถทำการ update virus แบบ manual ได้โดย click ขวาที่ Icon Trend Micro ตรง Task bar ทางขวาล่างดังรูป


รูปที่ 8


รูปที่ 9
ความหมายของ ICON Trend Micro
1. ความหมายของ Icon Trend Micro บน Task bar สามารถบอกถึงสถานะการทำงานในขณะนั้นว่าเป็น อย่างไรบ้างเรามาดู Icon ที่พบเห็นกันบ่อย ๆ ดีกว่าเพื่อให้เข้าใจความหมายและสามารถแก้ไขในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้นได้1.                 ทำงานปกติ 

2.                ไม่ได้  update Virus Pattern
อาจจะเกิดจากไม่ได้เปิดเครื่องใช้่งานหลายวันหรือ นำเครื่องไปใช้งานแบบ Stand alone เช่น notebook เมื่อนำกลับมาต่อเข้ากับระบบ network ของศูนย์ จะขึ้น Icon ดังรูปให้ทำการ update pattern ตามขั้นตอนด้านบน

3.               ไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบ network และไม่ได้ update Virus Pattern

4.               อยู่ระหว่าง Scan Virus

5.               ไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบ network

ข้อมูลอ้างอิง

http://www.software.co.th/article/143/TrendMicro.html

 

2 การเปรียบเทียบ Antivirus ของแต่ละผลิตภัณฑ์

การวิเคาะห์จากตารางเปรียบเทียบโปรแกรมป้องกันและสแกนไวรัส

เรามาดูโปรแกรมป้องกันไวรัสว่ามีโปรแกรมอะไรบ้าง และแต่ละโปรแกรมมีจุดเด่น

การ ที่เราจะเลือกโปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวใดมาติดตั้งนั้น ก็เป็นปัญหาที่น่าปวดหัวอยู่เหมือนกัน จะเลือกตัวไหนดี เพราะดูๆ ไปทุกตัวก็ดีไปหมด หากจะถามว่าแล้วตัวไหนดี อันนี้ก็ขึ้นกับว่าคุณต้องการป้องกันในระดับไหน และเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรามีความเร็วเท่าใด เพราะกลุ่มโปรแกรมแอนตี้ไวรัสและสปายแวร์เหล่านี้ จะใช้ทรัพยากรของระบบพอสมควร โดยเฉพาะในโหมดการทำงานที่เรียกว่า Real time Scan ซึ่งมันจะคอยดักไฟล์ทุกไฟล์ที่ถูกเรียกใช้งานในขณะนั้น รวมทั้งไฟล์ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ที่อยู่ในโฟลเดอร์ที่ใช้งานนั้นด้วย เพื่อตรวจหาพวกไวรัสและสปายแวร์ในขณะนั้นได้อย่างทันท่วงที จุดนี้เองที่อาจทำให้ความเร็วของระบบคุณตกลง แต่ก็คุ้มกว่าการที่คอมพิวเตอร์ของคุณจะติดไวรัสหรือสปายแวร์แน่นอน เพื่อ ให้ง่ายต่อการตัดสินใจว่า จะเลือกใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวไหนดี

ทุกวันนี้โปรแกรมป้องกันไวรัสต่างพากันพัฒนาไปกันไกลมากๆเลย อย่างการที่ Panda หยิบเอา Cloud Computing มาเป็นระบบฐานข้อมูลไวรัส หรือ การป้องกันบนอินเตอร์เน็ตและการใช้งานกับระบบ OS ใหม่ๆอย่าง Windows 7 ปีที่แล้วมีหลายเจ้าตกหล่นอันดับไปแต่ก็ทำให้อีกหลายเจ้าถูกดันขึ้นมา มาดูกันดีกว่าครับว่า ปีที่ผ่านมาผู้ใช้ยกให้ใครขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆสำหรับปีนี้ 2012

อันดับที่ 1. Bitdefender Antivirus Plus 2012

อันดับ 1 ในปีใหม่นี้ยังคงเป็นของเจ้าเก่าเจ้าเดิมที่ครองแชมป์ได้อย่างเหนียวแน่น ถึงแม้จะเป็นโปรแกรมที่มีคนส่วนมากให้ความเห็นว่ากินทรัพยากรเครื่องแบบเอาการ แต่ก็ยังเป็นโปรแกรมที่มีคนยอมควักเงินไปซื้อมาใช้เป็นจำนวนมาก โปรแกรม Browser ที่ Support เพื่อเหล่า Developer ก็จะได้แค่ IE7  ขึ้นไปกับเจ้า Firefox 3.6  แต่สำหรับรุ่นใหม่ที่ออกมาทำได้ดีก็คงเป็นการตัดpop up เตือนต่างๆออกไป และการตั้งค่าที่ทำได้ง่ายขึ้น แถมยังมี Social Networking Protection เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อปกป้องคุณจากการเข้าสังคมออนไลน์อีก ดูข้อมูลเพิ่มเติม / คุณสมบัติ

 

 

อันดับที่ 2.Kaspersky Antivirus 2012

โปรแกรมขวัญใจคนไทย ยังคงได้อันดับสองอย่างต่อเนื่อง เจ้าโปรแกรมจากรัสเซียตัวนี้ไม่ธรรมดาครับ ลดความต้องการรับประทานทรัพยากรเครื่องลงไปได้นิดหน่อย แต่เรื่องของการป้องกันแบบ Real-time ยังพัฒนาต่อเนื่อง และระบบที่สร้างขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยของการซื้อขายออนไลน์ต่างๆ และที่ยังคงสร้างรอยยิ้มคือเสียงเวลา Scan ที่โดนมากๆ ถ้าเทียบกันแบบตัวต่อตัวกับอันดับหนึ่ง มีเพียงยอดขายและฟังก์ชั่นบางอย่างที่ได้คะแนนน้อยกว่านิดหน่อยเท่านั้นเอง แต่ตัวใหม่นี่เรื่องการแสกนทำได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิมครับ  ดูข้อมูลเพิ่มเติม / คุณสมบัติ

 

 

อันดับ 3. Panda Antivirus 2012

 

โปรแกรมที่ไม่ติดหนึ่งในสิบอันดับเมื่อปีที่แล้ว แต่มาปีนี้พงาดขึ้นมาได้ ด้วยระบบ Cloud Computing ที่ทำให้ระบบการป้องกันไวรัสของ Panda หลินปิงจากเยอรมันนีได้ไต่ขึ้นมาถึงอันดับสามในปีนี้ การใช้งานทรัพยากรเครื่องต่ำ เน้นการดูแลด้านการใช้งานอินเตอร์เน็ต เข้ากันได้กับ Firefox และ Chrome แถมเป็นเจ้าแรกๆที่ดันเรื่องของระบบ antivirus แบบ Cloud อีกด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติม / คุณสมบัติ

 

 

อันดับ 4.F-Secure Anti-Virus

โปรแกรมรุ่นน้องอีกตัวจาก Finland ที่เพิ่งจะได้เข้ามาใน topten  ซึ่งเป็นโปรแกรมที่น่าจับตามองมากๆในปีที่ผ่านมา ด้วยความเร็วในการแสกน  ความง่ายของ UI ซึ่งแทรนด์นี้มาแรงหลังจาก Apple ขึ้นมาในกระแสคนไทย เสียดายที่ยังไม่มีระบบรองรับเหล่า Gamer และ USB Detect ที่ใช้งานกันมาก ดูข้อมูลเพิ่มเติม / คุณสมบัติ

 

 

อันดับ 5 AVG antivirus 2012

ขึ้นมาจากเมื่อปีที่แล้วได้ 1 ขั้นสำหรับโปรแกรม Freeware ที่เป็นที่รู้จักดีในหมู่คนไทย แต่ตัวนี้เสียเงินและมีคุณภาพเยี่ยมมากๆเลยจนได้ขึ้นมาแบบนี้ ทำงานได้ดีกับเรื่องของการตรวจสอบ web และ link ต่างๆ แถมไม่หนักเครื่องมากนัก ดูข้อมูลเพิ่มเติม / คุณสมบัติ

 

 

 

อันดับ 6. Avast Pro Antivirus 2012

 

อันดับ 6 โปรแกรมที่มีสโลแกนนี้ได้ไต่อันดับขึ้นมาไวเพราะปีที่แล้วไม่ติดอันดับเลย แต่อาจเป็นเพราะเรื่องของ SafeZone ที่คอยป้องกันอันตรายแฝงมาบนอินเตอร์เน็ตที่ทำให้ก้าวมาถึงตรงนี้ได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติม / คุณสมบัติ

 

 

 

อันดับ 7.G data

 

อันดับ 7 โปรแกรมจากเยอรมันนี ที่ดูจะสนใจประเทศไทยไม่น้อยเพราะมาตั้งเว็บภาษาไทยสนันสนุนคนไทย อยู่เป็นเรื่องเป็นราว ใน Forum ก็มีคนคอยให้คำแนะนำอยู่ถือว่าได้ใจผู้ใช้ไปไม่น้อย แต่ปีนี้ก็ยังอยู่ในอันดับเดิมกระเถิบไม่ขึ้น ทั้งที่มีการเพิ่มฐานข้อมูลถึง 2 ชั้น  ดูข้อมูลเพิ่มเติม / คุณสมบัติ

 

 

 

อันดับ 8.BullGuard Antivirus

 

อันดับ 8 โปรแกรมน้องใหม่สำหรับ Topten แต่มาแรงไม่น้อยเพราะแซงหน้ารุ่นพี่ขาใหญ่ไปได้ แต่ความสามารถยังธรรมดาที่ดูโดเด่นขึ้นมาคงเป็นหน้าตาในการใช้งาน และระบบป้องกัน Spammail ที่รองรับกับทุกๆ mail-client จึงทำให้เป็นที่จับตามองของฟังชั่นนี้  ดูข้อมูลเพิ่มเติม / คุณสมบัติ

 

 

อันดับ 9.Avira AntiVir

 

เจ้าร่มแดงที่ใครหลายคน เคยเทใจให้ไปตกมา 1 อันดับ อาจเป็นเพราะความสามารถในการ ค้นหาไวรัสที่หลายเสียงบ่นออกมาว่าไม่เจอเท่าเจ้าอื่นๆ  แต่ด้วยคุณสมบัติใช้งานง่าย ควบคุมง่ายและเหมาะกับ Notebook,Laptop ก็ทำให้ยังไม่หล่นไปมากกว่านี้ อืม…เกือบลืมเจ้าแผ่น  bootable rescue CD ที่บรรดาร้านซ่อมคอมนิยมมีติดไว้ก็เป็นอีกเหตุผลด้วย

 

 

10.ESET NOD32 Antivirus

 

ดูเหมือนกับตาเขียวจะกู่ไม่กลับซะแล้ว ทั้งๆที่คนไทยยังนิยมใฃ้กันไม่น้อยแต่อันดับกับล่วงลงมาขนาดนี้ ด้วยฟังก์ชั่น คุณสมบัติต่างๆเท่าที่ Antivirus เค้ามีกัน Nod ก็มีครบ หรือแม้แต่จะพัฒนาความ “หน่วง” แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถแสกนชนะอันดับต้นๆได้ ปีนี้จึงเกือบหลุดวงโคจร มารอลุ้นปีหน้าครับว่า 2012 พี่เค้าจะดึงตัวเองกลับมาได้ไหม

 

 

ที่มา  http://anti-virus-software-review.toptenreviews.com/?cmpid=418107

http://teerapuch.wordpress.com/2012/01/07/topten10-antivirus-2012/

 

 

การโจมตีในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตถือได้ว่าเป็นภัยอันตรายต่อสังคมในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากภัยนี้จะเป็นการรบกวนการท างานของผู้ที่ใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังส่งผลเสียต่อข้อมูลสำคัญๆ ที่มีอยู่อีกด้วย

1. ชนิดของภัยคุกคามที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต จำแนกได้ดังนี้

1.1 มัลแวร์ (Malware) คือความไม่ปกติทางโปรแกรมที่สูญเสียความลับทางข้อมูล

(Confidentiality) ข้อมูลถูกเปลี่ยนแปลง (Integrity) สูญเสียเสถียรภาพของระบบปฏิบัติการ (Availability)

ซึ่งมัลแวร์แบ่งออกได้เป็นหลายประเภท จึงขออธิบายแต่ละประเภทดังนี้

1.1.1 ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus) คือรหัสหรือโปรแกรมที่สามารถทำสำเนาตัวเองและแพร่กระจายสู่เครื่องอื่นได้ โดยเจ้าของเครื่องนั้นๆ ไม่รู้ตัว ถือว่าเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ซึ่งฝังตัวเองในโปรแกรมหรือไฟล์ แล้วแพร่กระจายจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังเครื่องอื่นๆ ผ่านทางสื่อต่างๆ สิ่งสำคัญ คือไวรัสไม่สามารถแพร่กระจายได้หากขาดคนกระทำ เช่น แบ่งปันไฟล์ที่ติดไวรัสหรือส่งอีเมล์ที่ติดไวรัส เป็นต้น

1.1.2 หนอนคอมพิวเตอร์ (Computer Worm) เรียกสั้นๆ ว่า เวิร์ม เป็นหน่วยย่อยลงมาจากไวรัส มีคุณสมบัติต่างๆ เหมือนไวรัสแต่ต่างกันที่เวิร์มไม่ต้องอาศัยผู้ใช้งาน แต่จะอาศัยไฟล์หรือคุณสมบัติในการส่งต่อข้อมูลในคอมพิวเตอร์เพื่อกระจายตัวเอง บางทีเวิร์มสามารถติดตั้ง Backdoor ที่เริ่มติดเวิร์มและสร้างสำเนาตัวเองได้ ซึ่งผู้สร้างเวิร์มนั้นสามารถสั่งการได้จากระยะไกล ที่เรียกว่า Botnet โดยมีเป้าหมายเพื่อโจมตีคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ส่งที่อันตรายอย่างยิ่งของเวิร์มคือ สามารถจำลองตัวเองในคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งแล้วแพร่กระจายตัวเองออกไปได้จำนวนมาก ตัวอย่างเช่น สามารถดักจับ username และ passwordและใช้ข้อมูลนี้เพื่อบุกรุกบัญชีผู้ใช้นั้น ทำสำเนาตัวเองแล้วส่งต่อไปยังทุกรายชื่อที่มีอยู่ในลิสต์อีเมล์ และเมื่อสำเนาตัวเองเป็นจำนวนมากจะทำให้การส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายช้าลง เป็นเหตุให้ Web Server และเครื่องคอมพิวเตอร์หยุดทำงาน

1.1.3 ม้าโทรจัน (Trojan Horse) คือโปรแกรมชนิดหนึ่งที่ดูเหมือนมีประโยชน์ แต่แท้ที่จริงก่อให้เกิดความเสียหายเมื่อรันโปรแกรม หรือติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ ผู้ที่ได้รับไฟล์โทรจันมักถูกหลอกลวงให้เปิดไฟล์ดังกล่าว โดยหลงคิดว่าเป็นซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย หรือไฟล์จากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อไฟล์ถูกเปิดอาจส่งผลลัพธ์หลายรูปแบบ เช่น สร้างความรำคาญด้วยการเปลี่ยนหน้าจอ สร้างไอคอนที่ไม่จำเป็น จนถึงขั้นลบไฟล์และทำลายข้อมูล โทรจันต่างจากไวรัสและเวิร์มคือโทรจันไม่สามารถสร้างสำเนาโดยแพร่กระจายสู่ไฟล์อื่น และไม่สามารถจำลองตัวเองได้

1.1.4 Backdoor แปลเป็นไทยก็คือประตูหลัง ที่เปิดทิ้งไว้ให้บุคคลอื่นเดินเข้านอกออกในบ้านได้โดยง่าย ซึ่งเป็นช่องทางลัดที่เกิดจากช่องโหว่ของระบบ ทำให้ผู้ไม่มีสิทธิเข้าถึงระบบหรือเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อทำการใดๆ

1.1.5 สปายแวร์ (Spyware) คือมัลแวร์ชนิดหนึ่งที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วทำให้ล่วงรู้ข้อมูลของผู้ใช้งานได้โดยเจ้าของเครื่องไม่รู้ตัว สามารถเฝ้าดูการใช้งานและรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ได้ เช่น นิสัยการท่องเน็ต และเว็บไซต์ที่เข้าชม ทั้งยังสามารถเปลี่ยนค่าที่ตั้งไว้ของคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้ความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตช้าลง เป็นต้น สปายแวร์ที่มีชื่อคุ้นเคยกันดีคือโปรแกรม Keylogger ซึ่งตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ เมื่อผู้ใช้ดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ตที่แฝงโปรแกรมนี้ จะทำให้โปรแกรมเข้าฝังตัวในคอมพิวเตอร์ส่วนตัว เมื่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทำธุรกรรมการเงินทางอินเทอร์เน็ต ข้อมูล username และ password ของบัญชีผู้ใช้จึงถูกส่งตรงถึงมิจฉาชีพ และลักลอบโอนเงินออกมาโดยเจ้าของตัวจริงไม่รู้ตัว เป็นต้น

1.2 การโจมตีแบบ DoS/DDos คือการพยายามโจมตีเพื่อท าให้เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางหยุดทำงาน หรือสูญเสียเสถียรภาพ หากเครื่องต้นทาง(ผู้โจมตี) มีเครื่องเดียว เรียกว่าการโจมตีแบบ Denial of Service (DoS) แต่หากผู้โจมตีมีมากและกระทำพร้อมๆ กัน จะเรียกกว่าการโจมตีแบบ Distributed Denial of Service (DDoS) ซึ่งในปัจจุบันการโจมตีส่วนใหญ่มักเป็นการโจมตีแบบ DDoS

1.3 BOTNET หรือ “Robot network” คือเครือข่ายหุ่นรบที่ถือเป็นสะพานเชื่อมภัยคุกคามทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ด้วยมัลแวร์ทั้งหลายที่กล่าวในตอนต้นต้องการนำทางเพื่อต่อยอดความเสียหาย และทำให้ยากแต่การควบคุมมากขึ้น

1.4 ข้อมูลขยะ (Spam) คือภัยคุกคามส่วนใหญ่ที่เกิดจากอีเมล์หรือเรียกว่า อีเมล์ขยะ เป็นขยะออนไลน์ที่ส่งตรงถึงผู้รับ โดยที่ผู้รับสารนั้นไม่ต้องการ และสร้างความเดือดร้อน รำคาญให้กับผู้รับได้ ในลักษณะของการโฆษณาสินค้าหรือบริการ การชักชวนเข้าไปยังเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งอาจมีภัยคุกคามชนิด phishing แฝงเข้ามาด้วย ด้วยเหตุนี้จึงควรติดตั้งระบบ anti-spam หรือใช้บริการคัดกรองอีเมล์ของเว็บไซต์ที่ให้บริการอีเมล์หลายคนอาจจะสงสัยว่า spammer รู้อีเมล์เราได้อย่างไร ค าตอบคือได้จากเว็บไซต์ ห้องสนทนา ลิสต์รายชื่อลูกค้า รวมทั้งไวรัสชนิดต่างๆ ที่เป็นแหล่งรวบรวมอีเมล์และถูกส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ ซึ่งหากจำเป็นต้องเผยแพร่อีเมล์ทางอินเทอร์เน็ตโดยป้องกันการถูกค้นเจอจาก Botnet สามารถทำได้โดยเปลี่ยนวิธีการสะกดโดยเปลี่ยนจาก “@” เป็น “at” แทน

1.5 Phishing เป็นคำพ้องเสียงกับ “fishing” หรือการตกปลาเพื่อให้เหยื่อมาติดเบ็ด คือ กลลวงชนิดหนึ่งในโลกไซเบอร์ด้วยการส่งข้อมูลผ่านอีเมล์หรือแมสเซนเจอร์หลอกให้เหยื่อหลงเชื่อว่าเป็นสถาบันการเงินหรือองค์กรน่าเชื่อถือ แล้วทำลิงค์ล่อให้เหยื่อคลิก เพื่อหวังจะได้ข้อมูลสำคัญ เช่น username/password, เลขที่บัญชีธนาคาร, เลขที่บัตรเครดิต เป็นต้น แต่ลิงค์ดังกล่าวถูกน าไปสู่หน้าเว็บเลียนแบบ หากเหยื่อเผลอกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไป มิจฉาชีพสามารถนำข้อมูลไปหาประโยชน์ในทางมิชอบได้

1.6 Sniffing เป็นการดักข้อมูลที่ส่งจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งบนเครือข่ายในองค์กร (LAN) เป็นวิธีการหนึ่งที่นักโจมตีระบบนิยมใช้ดักข้อมูลเพื่อแกะรหัสผ่านบนเครือข่ายไร้สาย (Wireless LAN) และดักข้อมูล User/Password ของผู้อื่นที่ไม่ได้ผ่านการเข้ารหัส

2. วิธีป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตสำหรับการใช้งานส่วนบุคคล มีดังนี้

1. การตั้งสติก่อนเปิดเครื่อง ต้องรู้ตัวก่อนเสมอว่าเราอยู่ที่ไหน ที่นั่นปลอดภัยเพียงใด

- ก่อน login เข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ต้องมั่นใจว่าไม่มีใครแอบดูรหัสผ่านของเรา

- เมื่อไม่ได้อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรล็อกหน้าจอให้อยู่ในสถานะที่ต้องใส่ค่า login

- ตระหนักอยู่เสมอว่าข้อมูลความลับและความเป็นส่วนตัวอาจถูกเปิดเผยได้เสมอในโลกออนไลน์

2. การกำหนด password ที่ยากแก่การคาดเดา ควรมีความยาวไม่ต่ำกว่า 8 ตัวอักษร และใช้อักขระพิเศษไม่ตรงกับความหมายในพจนานุกรม เพื่อให้เดาได้ยากมากขึ้นและการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไป เช่นการ Login ระบบ e-mail, ระบบสนทนาออนไลน์ (chat), ระบบเว็บไซต์ที่เป็นสมาชิกอยู่ ทางที่ดีควรใช้password ที่ต่างกันบ้างพอให้จำได้

3. การสังเกตขณะเปิดเครื่องว่ามีโปรแกรมไม่พึงประสงค์ถูกเรียกใช้ขึ้นมาพร้อมๆ กับการเปิดเครื่องหรือไม่ ถ้าสังเกตไม่ทันให้สังเกตระยะเวลาบูตเครื่อง หากนานผิดปกติอาจเป็นไปได้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ติดปัญหาจากไวรัส หรือภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ ได้

4. การหมั่นตรวจสอบและอัพเดท OS หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะโปรแกรมป้องกันภัยในเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น โปรแกรมป้องกันไวรัส,  โปรแกรมไฟร์วอลล์ และควรใช้ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ควรอัพเดทอินเทอร์เน็ตเบราเซอร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ

5. ไม่ลงซอฟต์แวร์มากเกินความจำเป็น ซอฟต์แวร์ที่จำเป็นต้องลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้แก่

- อินเทอร์เน็ตเบราเซอร์ เพื่อให้เปิดเว็บไซต์ต่างๆ

- อีเมล์เพื่อใช้รับส่งข้อมูลและติดต่อสื่อสาร

- โปรแกรมสำหรับงานด้านเอกสาร, โปรแกรมตกแต่งภาพ เสียง วีดีโอ

- โปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์และโปรแกรมไฟร์วอลล์

ซอฟต์แวร์ที่ไม่ควรมีบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งาน ได้แก่

- ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการ Crack โปรแกรม

- ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ใช้ในการโจมตีระบบ, เจาะระบบ (Hacking Tools)

- โปรแกรมที่เกี่ยวกับการสแกนข้อมูล การดักรับข้อมูล (Sniffer) และอื่นๆ ที่อยู่ในรูปซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ไม่เป็นที่รู้จัก

- ซอฟต์แวร์ที่ใช้หลบหลีกการป้องกัน เช่น โปรแกรมซ่อน IP Address

6. ไม่ควรเข้าเว็บไซต์เสี่ยงภัยเว็บไซต์ประเภทนี้ ได้แก่

- เว็บไซต์ลามก อนาจาร

- เว็บไซต์การพนัน

- เว็บไซต์ที่มีหัวเรื่อง “Free” แม้กระทั่ง Free Wi-Fi

- เว็บไซต์ที่ให้ดาวน์โหลดโปรแกรมที่มีการแนบไฟล์พร้อมทำงานในเครื่องคอมพิวเตอร์

- เว็บไซต์ที่แจก Serial Number เพื่อใช้ Crack โปรแกรม

- เว็บไซต์ที่ให้ดาวน์โหลดเครื่องมือในการเจาะระบบ

7. สังเกตความปลอดภัยของเว็บไซต์ที่ให้บริการธุรกรรมออนไลน์ เว็บไซต์ E-Commerce ที่ปลอดภัยควรมีการทำ HTTPS มีใบรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีมาตรฐานรองรับ

8. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวลงบนเว็บ Social Network ชื่อที่ใช้ควรเป็นชื่อเล่นหรือฉายาที่กลุ่มเพื่อนรู้จัก และไม่ควรเปิดเผยข้อมูลดังต่อไปนี้ เลขที่บัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ หมายเลขบัตรเครดิต หมายเลขหนังสือเดินทาง ข้อมูลทางการแพทย์ ประวัติการทำงาน

9. ศึกษาถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด

เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยมีหลักการง่ายๆ ที่จะช่วยให้สังคมออนไลน์สงบสุข คือให้คำนึงถึงใจเขาใจเรา

10. ไม่หลงเชื่อโดยง่าย อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น และงมงายกับข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ควรหมั่นศึกษาหาความรู้จากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ก่อนปักใจเชื่อในสิ่งที่ได้รับรู้

ที่มา www.nattapon.com/2011/12/ภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ต

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s